TACC สุดสตรอง! ปี 68 กำไรสุทธิ 298.86 ลบ. เพิ่มขึ้น 22.70% บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.21 บ./หุ้น ขึ้น XD วันที่ 22 เม.ย. 69 ปี 69 ตั้งเป้ารายได้โต 10% ลุยเสิร์ฟสินค้าใหม่ 7-Eleven – Non 7-Eleven
บมจ.ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) เปิดงบปี 68 โตแกร่ง! กวาดรายได้จากการขาย 2,399.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.80% กำไรสุทธิ 298.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.70% เทียบปีก่อน บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.21 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 22 เม.ย.69 ฟากผู้บริหาร “ชัชชวี วัฒนสุข”ระบุ เปิดพิมพ์เขียวปี 69 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% ลุยเสิร์ฟสินค้าใหม่บุก 7-Eleven – Non 7-Eleven พร้อมมองหาโอกาส M&A และ JV ผลักดัน New S-Curve ใหม่ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในอนาคต สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) (TACC) เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในปี 2568 มีรายได้จากการขาย 2,399.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.80% จากปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 1,953.84 ล้านบาท และปี 2568 มีกำไรสุทธิ 298.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.70% จากปีก่อนมีกำไรสุทธิ 243.58 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายได้จากการขายสินค้าในร้าน 7-Eleven ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการเติบโตของปริมาณการบริโภคในประเทศ กระแสความนิยมของเครื่องดื่มชาไทยและชาเขียวในกลุ่มผู้บริโภคที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาสินค้าใหม่สู่ตลาดร่วมกับ 7-Eleven และลูกค้าของกลุ่มบริษัท
อย่างไรก็ตาม แม้ต้นทุนขายสูงขึ้นจากราคาเมล็ดกาแฟที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่กลุ่มบริษัทฯ
ก็สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยลดลงเป็นจำนวนมากจากการหยุดดำเนินธุรกิจ จึงทำให้มีสัดส่วนของต้นทุนและค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.21 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 22 เม.ย 69 และกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 6 พ.ค. 69
“แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% จากปีก่อน โดยการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักและสร้างประสบการณ์ให้กับกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”
สำหรับการเติบโตจะมาจาก 2 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่
1) กลุ่มธุรกิจ 7-Eleven บริษัทฯ มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้า Core Menu และ New Menu อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการออกสินค้าใหม่ร่วมกับ 7-Eleven ในฐานะ Key Strategic Partner ครอบคลุมทั้งเครื่องดื่มเย็นในโถกด (7-Select) เครื่องดื่ม Non-Coffee Menu ใน All Café และการขยายไปยังร้าน 7-Eleven ในต่างประเทศ
“การเติบโตของกลุ่มดังกล่าวยังได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขา 7-Eleven อย่างต่อเนื่อง การเพิ่มเครื่องดื่มรสชาติใหม่ตามฤดูกาล การพัฒนาสินค้าให้สอดรับกับ Segmentation ของลูกค้า รวมถึงการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับพันธมิตรหลักทางธุรกิจให้แข็งแกร่งในระยะยาว”
2) กลุ่มธุรกิจ Non-7-Eleven โดยบริษัทฯพร้อมเดินหน้าเสริมความหลากหลายของธุรกิจ ผ่านการขยายตลาดภายในประเทศ พร้อมพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Café Business และเพิ่มฐานลูกค้ารายใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังเร่งขับเคลื่อนธุรกิจต่างประเทศ และ License Business เพื่อเพิ่มผลตอบแทนทางธุรกิจและลดการพึ่งพิงรายได้จากช่องทางเดิม และยังมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ผ่านการ ควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุน (JV) เพื่อสร้าง New S-Curve ที่สามารถต่อยอดกับธุรกิจเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามแนวคิด ESG เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว อีกทั้ง มุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตอย่างมั่นคง









