เก่งหลังเกมส์

SET Index ร่วง 81.90 จุด (-5.58%) ปิดที่ระดับ 1,384.61 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.58 แสนล้านบาท (มีหุ้นปรับลง 547 บริษัท, ปรับขึ้น 55 บริษัท) panic sell วิตกสงครามยืดเยื้อดันราคาพลังงานและเงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งเสี่ยงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ (Recession) ตลท.ใช้มาตรการ Circuit Breaker เพื่อลดความผันผวน Sector ปรับลงกดดัชนีวันนี้ คือ อิเล็กทรอนิกส์ (DELTA, KCE, HANA), Oil & Gas (PTT, PTTEP), ปิโตรฯ & โรงกลั่น (IVL, PTTGC, TOP, SPRC), โรงไฟฟ้า (GULF, GPSC, BGRIM), ท่องเที่ยว (AOT, BA, MINT, CENTEL) ส่วนหุ้นที่ปรับขึ้น คือ BANPU และ  MRDIYT 

หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ

BANPU (+2.70%) จาก 2 ปัจจัยบวก คือ 1) ราคาก๊าซธรรมชาติปรับตัวขึ้นหนุนธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐ และ 2) ถูกมองเป็นสินค้าทดแทนคาดหวังดีมานด์ถ่านหินเพิ่มจากการเปลี่ยนการใช้วัตถุดิบบางส่วนจากน้ำมันเป็นถ่านหิน

BGRIM (-15.44%), GPSC (-9.87%), WHAUP (-7.33%), GULF (-6.09%) กังวลราคาก๊าซธรรมชาติพุ่งขึ้นกระทบต้นทุนผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าโดยเฉพาะโรงไฟฟ้า SPP  เบื้องต้นนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของเราประเมิน ทุกๆ 1$/MMBtu ของราคาก๊าซที่เพิ่มขึ้น หรือ 7 บาทของราคา pool gas จะกดกำไร BGRIM ในปีนี้ประมาณ 3.9% ตามด้วย GPSC -3.4% และ WHAUP -1.4% (ราคาก๊าซในตลาดยุโรป TFF Gas พุ่งขึ้นราว 70% ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา

SCC (-11.98%), PTTGC (-6.79%), IVL (-10.05%) วิตกราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นจากสงครามอิหร่านจะผลักดันให้นาฟทาซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของผู้ประกอบการปิโตรฯ ปรับขึ้นตามกดดัน ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ปิโตรฯ และกำไรของผู้ประกอบการปิโตรฯ โดยเฉพาะ SCC ซึ่งใช้นาฟทาเป็นวัตถุดิบหลัก (PTTGC ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก)

MINT (-11.34%), CENTEL (-8.97%), SHR (-6.74%) หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะกระทบกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรป โดย MINT มีสัดส่วนรายได้จากยุโรปและตะวันออกกลาง 42% และ 19%, SHR 41% และ 16%, CENTEL 32% และ 11%, AWC 25% และ 6% ปิดท้ายที่ ERW คาดได้รับผลกระทบน้อยสุดเนื่องจากมีลูกค้ายุโรปและตะวันออกกลางเพียง 8% และ 5% ตามลำดับ

AAV (-8.7%), BA (-7.64%), AOT (-5.83%) ปัจจัยลบเดิมประเมิน AAV เสี่ยงกระทบจากต้นทุนน้ำมันมากสุด โดยเฉพาะหากราคาน้ำมันอากาศยาน (Jet Fuel) ปรับขึ้นแตะระดับ 97.5$/bbl (ปัจจุบัน 85$/bbl) จะทำให้ผลประกอบการของ AAV พลิกขาดทุนทันที ตามด้วย THAI (ซึ่งมีต้นทุนน้ำมันคิดเป็น 40% ของต้นทุนทั้งหมด) ส่วน BA เสี่ยงกระทบด้านรายได้มากสุดเนื่องจากมีผู้โดยสารจากยุโรปและตะวันออกกลางคิดเป็น 20% ของทั้งหมดและส่วนใหญ่เป็นบริการแบบ Codeshare 10-20% ที่เดินทางจากยุโรปต้องแวะเปลี่ยนหรือพักเครื่องในตะวันออกกลาง 

- Advertisement -