ตลาดไม่ได้กลัวสงครามแต่กลัวสงครามจะกดดันเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
Market Update
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปีดลบ 784 (-1.6%) รับแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เข้าสู่วันที่ 6 ส่งผลให้นักลงทุนกังวลกับภาวะราคาสินค้า ประกอบกับความคาดหวังลดดอกเบี้ยเริ่มน้อยลง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 4.9% สถานการณ์ในตะวันออกกลางกดดันภาวะอุปทานทำให้ผู้ผลิตบางรายลดกำลังการผลิต
Market Outlook
เมื่อคืนที่ผ่านมามีการประกาศแรงงานสหรัฐฯ อย่างผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 2.13 แสนราย แต่ก็ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์รายงานกันไว้ แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนไม่ได้ให้น้ำหนักมากนักเพราะหันไปให้น้ำหนักกับเรื่องของความไม่สงบในตะวันออกกลาง สถานการณ์ล่าสุดกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ กดดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น นักลงทุนมองไปยังข้างหน้าแล้วอาจเกิดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟือในอนาคต สะท้อนผ่านเริ่มเห็นการปรับขึ้นของ US Bond Yield ในรุ่นอายุ 10, 2 ปี แม้สงครามจะเป็นบวกกับทองคำแต่กลับพบเห็นราคาทองคำลดลง มองปรากฏการณ์เช่นนี้สะท้อนมุมมองเชิงลบต่อดอกเบี้ย และกลับพบเห็น Dollar ปรับขึ้น ยิ่งทำให้ชัดเจนว่านักลงทุนกำลังเดิมพันว่าดอกเบี้ยอาจปรับน้อยลง CME FED Watch ประเมินว่ากว่าดอกเบี้ยจะปรับลงจะไปอยู่ในช่วงเดือน ก.ย. ก่อนหน้า นักลงทุนคาดหวังไว้ในช่วง มิ.ย. – ก.ค. ในขณะเดียวกันกดดันเงินบาทอ่อนค่ากลับมาทดสอบ 31.77 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมกับวานนี้ที่กระแสเงินทุนต่างชาติขาย สุทธิ 7.2 พันล้านบาท
แม้วานนี้ SET INDEX จะฟื้นตัวขึ้นมาบ้างที่ 2.3% แต่ก็ต้องยอมรับว่าการปรับขึ้นจากนี้ยังมีความท้าทายแต่ด้วยการปรับฐานลงมา 7.2% จากจุดสูงสุดเชื่อว่าหากเหตุการณ์ไม่ร้ายแรงไปมากกว่านี้ Downside จะมิได้เยอะมาก ขณะที่หุ้นรายตัวนั้นปรับลงมาระดับ 2 หลักขึ้นไป อาทิ CPALL -10% MINT -19% AOT -12.5% มองเป็นปัจจัยสะท้อนความกังวลไปพอสมควรในราคา แต่หากหลังจากนี้มีสถานการณ์ที่คลายตัวลงเชื่อว่าหุ้นมีโอกาสกลับมา คืนนี้รอติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ Consensus ประเมินไว้ที่ 5.8 หมื่นรายและ 4.3% ตามลำดับ หากแย่กว่าคาดมองเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้นทั่วโลก
วันนี้ประเมิน SET INDEX แกว่งในครอบ 1395 – 1430 แม้ยังมีปัจจัยสงครามแต่ตลาดหุ้นโลก Price In ไปบ้างแล้ว และเช้านี้หุ้นเอเชียอย่าง Nikkei , Kospi แกว่งลบเพียง -0.3% , -0.8% เริ่มลบน้อยลงจากก่อนหน้ายืนยันว่าตลาดเริ่มกังวลน้อยลง (หากไม่รุนแรงกว่านี้) ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะกลางมองเป็นโอกาสเริ่มสะสมในหุ้นพื้นฐานดีที่ปรับลงมาแรง อาทิ MINT AAV TU ERW MTC CENTEL BCH BDMS KTC HMPRO รวมไปถึงกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ปันผลดี (BBL KBANK SCB KTB)
หุ้นแนะนำซื้อวันนี้
KTB (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 35 บาท)
ธนาคารขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งระดับเงินทองทุนสูง และสำรองหนี้ฯ ส่วนเกิน พร้อมรับความไม่แน่นนอนทางเศรษฐกิจ และด้วยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ประกาศจ่ายเงินปันผลเพิ่มอีก 2.24 บาทสำหรับการดำเนินงานงวด 2H25 ทำให้มีอัตราผลตอบแทนปันผลสูงราว 6.8% สูงสุดในกลุ่มธนาคาร ทำให้ทั้งปี 2025 จ่ายเงินปันผลรวม 2.67 บาท
MINT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 32.50 บาท)
รายงานกำไรปกติใน 4Q25 เติบโตที่ 3.5 พันล้านบาท (+25% YoY, +21% QoQ) หนุนจากธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก ด้วยอัตราการจองห้องพักรวมแข็งแกร่ง หนุนจากการท่องเที่ยวที่ยุโรป (EU RevPar +6% YoY) และมัลดีฟส์ (USD RevPar +13% YoY)









