PRTR โตต่อเนื่อง รายได้แตะ 7.6 พันลบ. จ่ายปันผลพิเศษ 0.30 บาท Dividend Yield เกิน 8%   เดินหน้ากลยุทธ์ 3 ปีสู่รายได้ 1 หมื่นลบ.

บมจ. พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป หรือ PRTR ผู้นำด้าน Total HR Solutions ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตต่อเนื่อง กวาดรายได้รวม 7,612 ลบ. ทำนิวไฮใหม่ เพิ่มขึ้น 3.3% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 215.9 ลบ. สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจ Outsourcing ซึ่งยังคงเป็นฐานรายได้หลักของบริษัท ขณะที่ ธุรกิจใหม่เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในฐานะ Future Growth Engine ของบริษัท โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม HR Tech “PINNO” ที่จำนวนผู้ใช้งานพุ่งกว่า 158% รวมถึงบริการพัฒนาบุคลากร “The Blacksmith” ที่เริ่มสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุมมองเชิงบวกในปี 69 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15% มุ่งเน้นธุรกิจอัตรากำไรสูงมีสัดส่วนมากขึ้น และขับเคลื่อนกลยุทธ์ Strategic M&A นอกจากนี้ บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากบริษัทที่เข้าไปลงทุน Biz Resource ปีแรก ด้านบอร์ดไฟเขียวเสนอจ่ายปันผล 0.3 บาท/หุ้น

นางสาวริศรา เจริญพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PRTR เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 7,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 215.9 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่มีรายได้ประจำ (Recurring Revenue) สูงจากธุรกิจ Outsourcing กว่า 96% ซึ่งยังคงเป็นฐานรายได้หลักของบริษัท ขณะที่ธุรกิจใหม่ในกลุ่ม HR Technology และ Learning Services เริ่มมีบทบาทต่อโครงสร้างการเติบโตของบริษัทในระยะยาว 

โดย ผลการดำเนินงานปี 2568 ที่ผ่านมาได้รับแรงหนุนสำคัญจาก ธุรกิจจัดจ้างพนักงาน (Outsourcing Services) ซึ่งมีรายได้ 7,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากปีก่อน ธุรกิจ Outsourcing มีพนักงานในระบบ 18,627 คน สะท้อนฐานรายได้ที่มั่นคงและความต้องการใช้บริการบริหารกำลังคนจากองค์กรขนาดใหญ่ที่ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น Consumer Electronics, Wholesale & Retail, E-Commerce, IT และกลุ่มพลังงาน ขณะที่ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพนักงาน Outsourcing สู่ระดับ 21,500 คน รองรับการขยายตัวของลูกค้าองค์กรและอุตสาหกรรมใหม่

ด้านธุรกิจสรรหาบุคลากร (Recruitment Services) บริษัทมีรายได้ 193 ล้านบาท ในปี 2568 โดยได้รับผลกระทบจากภาวะการชะลอตัวของตลาดการจ้างงานในตำแหน่งระดับ Middle–Executive อย่างไรก็ตาม บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของความต้องการจ้างงาน โดยเฉพาะในตำแหน่งระดับ Junior และสายงานบริการ รวมถึงธุรกิจ ร้านอาหารและค้าปลีก (Retail) ซึ่งมีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บริษัทได้ขยายบริการ Executive Search โดยมุ่งเน้นการสรรหาบุคลากรระดับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง เช่น กลุ่มธุรกิจ Data Center และ Digital Infrastructure 

ด้านธุรกิจใหม่ของบริษัทเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในฐานะ Future Growth Engine โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม HR Tech “PINNO” ซึ่งมีรายได้ 40 ล้านบาท เติบโต 52% จากปีก่อน และมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 51,461 ราย จาก 19,945 รายในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 158% สะท้อนความต้องการขององค์กรที่หันมาใช้ระบบบริหารทรัพยากรบุคคลแบบดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย PINNO จะเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญในการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ในระยะยาว มุ่งขยายฐานลูกค้าองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างการบริหารบุคลากรซับซ้อน รวมถึงองค์กรที่มีหลายสาขาและต้องการเชื่อมต่อกับระบบ ERP หรือระบบงาน อื่น ๆ

ด้านธุรกิจบริการพัฒนาบุคลากร The Blacksmith (Integrated Learning Services) มีรายได้ 39 ล้านบาท เติบโต 17% จากปีก่อน จากความต้องการ Upskill และ Reskill ขององค์กรที่ต้องปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Transformation และ AI ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์สำคัญของตลาดแรงงานในปัจจุบัน นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการฝึกอบรมของบริษัท รองรับการบันทึกชั่วโมงการฝึกอบรมตามเกณฑ์ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (DSD) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ The Blacksmith

สำหรับฐานะทางการเงิน บริษัทมีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยมีเงินสดและสินทรัพย์ทางการเงินรวมกว่า 617 ล้านบาท และยังคงรักษานโยบาย ไม่มีหนี้สินที่มีดอกเบี้ย (Interest-Bearing Debt) ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนและรองรับโอกาสการเติบโตในอนาคตได้อย่างมั่นคง 

ในส่วนของการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568  ในอัตราหุ้นละ 0.3 บาท เป็นวงเงินรวม 180 ล้านบาท คิดเป็น Dividend Yield มากกว่า 8% โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 16 มีนาคม 2569 กำหนด XD วันที่ 13 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 โดยการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 เมษายน 2569 ผ่านระบบ E-AGM

ทั้งนี้ การจัดสรรเงินปันผลในครั้งนี้อยู่ในระดับที่สูงกว่าปีก่อน เพื่อสะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและกระแสเงินสดที่มั่นคงของบริษัท โดยยังคงดำเนินการภายใต้หลัก วินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่ายังคงมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจและแผนการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต รวมถึงการขยายธุรกิจผ่าน Strategic M&A การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการ สร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการรักษาศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

นางสาวริศรา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับทิศทางธุรกิจในระยะ 3 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 10–15% ต่อปี โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจ Outsourcing ในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง เช่น Recruitment, HR Tech และ Training จากแผนดังกล่าว บริษัทตั้งเป้าผลักดันรายได้แตะระดับ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 พร้อมเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สู่ระดับประมาณ 10% และเพิ่มอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) เป็นประมาณ 3.5% จากการขยายสเกลธุรกิจ ควบคู่กับการบริหารต้นทุน การใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่ม Productivity และการปรับโครงสร้างธุรกิจไปสู่บริการที่มีมาร์จิ้นสูงมากขึ้น 

หลังจากในปี 2568 ประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ บริษัท บิซรีซอร์ส จำกัด (Biz Resource) ผู้เชี่ยวชาญด้านบริการพนักงานขับรถและแม่บ้าน ซึ่งจะรับรู้ผลประกอบการเต็มปีในปี 2569 เป็นปีแรก ซึ่งบริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ Strategic M&A เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มความหลากหลายของบริการ โดยอยู่ระหว่างศึกษาการเข้าซื้อกิจการในธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโต เพื่อช่วยเสริมพอร์ตบริการ Outsourcing และสร้าง Synergy ผ่านการ cross-sell กับฐานลูกค้าองค์กรของ PRTR

- Advertisement -