ตลาดเริ่มกังวลเงินเฟือ นักลงทุนระยะสั้นควรลดพอร์ตรอดูท่าทีตะวันออกกลาง

Market Update

ตลาดหุ้น DowJones เมื่อคืนปิดลบ 289 จุด (-0.6%) ตลาดยังคงถูกกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 4.8% หลังจากมีรายงานการโจมตีในช่องแคบ HORMUZ

Market Outlook

เมื่อคืนสหรัฐฯ มีการประกาศเงินเฟ้อ (CPI) พบว่าขยายตัวที่ 2.4%YoY เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ สินค้าที่กดดันหลักๆ ยังคงเป็นราคาพลังงานโดยราคาน้ำมันเบนซิน (-5.6%YoY) แต่อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาที่ MoM เริ่มเห็นการขยับขึ้นอย่างราคาน้ำมันเตา +11%MoM , 6.2%YoY ส่วนราคาสินค้าอื่นๆ ขยับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นเพียงราคารถมือสอง หลังรายงานเสร็จพบว่าเห็น US Bond Yield ทั้งรุ่นอายุ 2, 10 ปี ขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับ Dollar Index ที่แข็งค่าขึ้นมากดดันเงินบาทกลับมาอ่อนค่าทดสอบ 31.95 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบ Brent อยู่ที่ 91.98 ดอลลาร์สหรัฐฯ / บาร์เรล หากเทียบเป็น YOY อาจขยายตัวเฉลี่ย 7-9%YoY และ MoM เฉลี่ย 30%MoM อาจทำให้เงินเฟ้อเดือน มี.ค. ที่จะประกาศในช่วงเดือน เม.ย. เห็นการเร่งตัวขึ้น ประเมินจะเป็นปัจจัยกดดันให้ตลาดทั้งหุ้น ทองคำ พันธบัตรผันผวนพร้อมกับกระแสเงินทุนต่างชาติอาจชะลอการลงทุนในหุ้นไทย ซึ่งวานนี้เริ่มนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่อง 5 วันทำการกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท ทำให้เหลือสะสม YTD เพียง 3.26 หมื่นล้านบาท จากนี้แนะติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ หากไม่สามารถลดลงได้ไปในช่วง 75-80 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล อาจเห็นอาการกังวลเงินเฟ้อจากตลาด (ปัจจัยกดดัน) ขณะเดียวกันวานนี้ PSL ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่าขณะที่เรือของบริษัทกำลังแล่นผ่านช่องแคบ HORMUZ ได้ถูกโจมตีจากอาวุธไม่ทราบที่มาจำนวน 2 ครั้งเกิดความเสียหายต่อห้อง เครื่อง แต่อย่างไรก็ตามเรือที่โดนโจมตีได้รับความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงลงคราม จึงไม่มีผลต่องบการเงินของบริษัทและบริษัทคาดว่าเหตุการณ์นี้จะไม่กระทบต่อผลการดำเนินงาน (บนเรือไม่มีสินค้า) ถึงไม่มีความเสียหายใดๆ ต่อบริษัท แต่มองเหตุการณ์นี้ยังสะท้อนว่าช่องแคบ HORMUZ มิสามารถดำเนินการได้ปกติจึงอาจจะยังเกิดการขาดแคลนสินค้ากดดันราคาสินค้าในภาพรวมโดยเฉพาะพลังงาน ปัจจัยติดตามคืนนี้ได้แก่ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 214 แสนราย และพรุ่งนี้รอติดตามเงินเฟ้อ (PCE) สัปดาห์หน้าประชุม FED (สำคัญ)

วันนี้ประเมิน SET INDEX เสี่ยงพักฐานในครอบ 1380 – 1410 เงินเฟ้อเริ่มกลับมาเป็นปัจจัยคดดันการลงทุนผสานกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่ชัดเจนว่าจบได้อย่างมีนัยยะ สังเกตได้จากราคาน้ำมันดิบเริ่มกลับมาฟื้นตัว ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนนักลงทุนที่ Trading ระยะสั้นจากข้างล่างขึ้นมาอาจเป็นจุดเริ่มมองหาโอกาส Take Profit บางส่วนเพิ่มการถือครองเงินสดและรอความชัดเจนจากตะวันออกกลางค่อยมองหาโอกาสลงทุน ส่วนนักลงทุนระยะสั้นอาจกลับมาเลือกกลุ่มที่มีผลกระทบจำกัดจาก Inflation อย่างโรงพยาบาล (BDMS BCH) สื่อสาร (ADVANC) สินค้าจำเป็น (CPALL) ศูนย์การค้า (CPN)

หุ้นแนะนำซื้อวันนี้

CPN (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 78.00 บาท)

ปัจจัยบวกจากผลประกอบการงวด 4Q25 ที่มีกำไรสุทธิออกมาตึกว่าที่เราคาดไว้ถึง 11% มาอยู่ที่ระดับ 4,885 ล้านบาท ได้รับผลดีจากรายได้อื่นและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นมากจากผลประกอบการของ CPNREITS ที่ปรับตัวดีขึ้น

BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท)

2026 เราคาดการเติบโตของกำไรสุทธิที่ 8% YoY โดย BDMS มีกำหนดการขยายโรงพยาบาลเพิ่ม 2 แห่ง Bangkok Hua Hin (52 เตียง) และ Bangkok Surat (60 เตียง) ขณะที่โรงพยาบาลใหม่ที่เปิดในปี 2025 (484 เตียง) คาดเริ่มรับรู้รายได้มากขึ้น

- Advertisement -