FSSIA Daily Focus: สัปดาห์นี้ติดตามมุมมองธนาคารกลางหลักทั่วโลก–ไทยโหวตนายกฯ
มุมมองตลาด
เราคาด SET Index ยังแกว่งผันผวนในกรอบ 1,385–1,425 จุด ตามพัฒนาการของสงครามและราคาน้ำมัน โดยปัจจุบันยังไม่เห็นสัญญาณที่ผ่อนคลาย ล่าสุด Brent ยังยืนเหนือ US$100 ต่อบาร์เรล สัปดาห์นี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางหลัก ได้แก่ Fed, ECB, BoE และ BoJ ส่วนไทยโหวตนายกฯ
ปัจจัยต่างประเทศ
สถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียดจากข้อจำกัดการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้อิหร่านระบุว่าสามารถแล่นผ่านได้ยกเว้นเรือสหรัฐฯและอิสราเอล และสหรัฐฯเรียกร้องให้ NATO ส่งเรือรบคุ้มกัน แต่ตลาดยังไม่ตอบรับเชิงบวก เงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ เดือน ก.พ. ออกมาตามคาด ขณะที่ GDP 4Q25 2nd Est ถูกปรับลงเหลือ 0.7% q-q SAAR สะท้อนความเสี่ยง Stagflation
ปัจจัยในประเทศ
ไทยเลือกประธานสภาฯเสร็จเรียบร้อยแล้ว และติดตามการโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งคาดวันที่ 19 มี.ค. ขณะเดียวกันจับตาการปรับราคาน้ำมันในวันพรุ่งนี้หลังหมดระยะเวลาอุดหนุน ซึ่งจะเริ่มกระทบเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น
หุ้นเด่นวันนี้: TRUE — “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 16.49 บาท
- Consensus ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 เป็น 2.4 หมื่นลบ. จากเดิม 2.2 หมื่นลบ. โดยคาดกำไรเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 6 พันลบ.ต่อไตรมาส หนุนจากการแข่งขันที่ไม่รุนแรงและการควบคุมต้นทุนที่ดี ธุรกิจมีความเสี่ยงจากราคาพลังงานจำกัด ทำให้ราคาหุ้นมีโอกาส Outperform ตลาด ปัจจุบัน TRUE เทรด 2026PER ราว 19 เท่า ต่ำกว่า ADVANC ที่ราว 21 เท่า
- แนวรับ 13.00 // 12.60–12.40 บาท แนวต้าน 13.60 // 14.00 บาท
ประเด็นสำคัญวันนี้
(-) SAPPE ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” ราคาเป้าหมาย 33 บาท จากการฟื้นตัวสะดุดเพราะสงครามกระทบส่งออกตะวันออกกลาง ทำให้คาดกำไรปี 2026 ลดลงเหลือ 842 ลบ. +8.5% y-y และมีความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน/โลจิสติกส์
(0) SEAFCO ตั้งเป้ารายได้ปี 2026 ที่ 1.8 พันลบ. +17% y-y จาก backlog แข็งแกร่ง แต่ข้อจำกัดแรงงานกดดันการรับงานใหม่ คงกำไรปี 2026 ที่ 172 ลบ. +3% y-y และปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” ราคาเป้าหมาย 2.40 บาท พร้อมเงินปันผลปี 2025 ที่ 0.12 บาท (Yield ~5%)









