KS Daily View 16.03.2026 >>> น้ำมันสหรัฐทะลุ $100/บาร์เรล หลังทรัมป์โจมตีโครงสร้างส่งออกน้ำมันอิหร่าน กรอบ SET วันนี้ 1,385–1,415 จุด แนะนำ MTC และ CK

Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: มองไปข้างหน้าสัปดาห์นี้ ประเมินกรอบการซื้อขายของ SET Index ที่ 1,385 – 1,465 จุด โดยการสู้รบระหว่าง สหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะเรื่องความรุนแรงว่าจะยังอยู่ในวงจำกัดหรือจะมีการขยายขอบเขตการสู้รบเป็นสงครามภูมิภาค และช่วงแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้นจะกระทบกับการผลิตและการขนส่งพลังงานต่อนานแค่ไหน ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาด เรามองการสู่รบน่าจะดำเนินต่อ และความรุนแรงน่าจะจำกัดวง แต่หากอิหร่านยังสามารถคุมช่องแคบฮอร์มุซได้ ราคาน้ำมันดิบก็จะมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง และการฟื้นตัวของดัชนีหุ้นก็อาจเป็นไปอย่างจำกัดในระยะข้างหน้า สอดคล้องกับกรณีสมมติฐานที่ 1 และ 2 ของเราที่มองราคาน้ำมันช่วงพีคจากผลการสู้รบแกว่งตัวในกรอบ 80-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (เฉลี่ยทั้งปี 65-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) ซึ่งจะได้กรอบ SET Index ในช่วง 1,385-1,480 จุด หรือค่ากลางที่ราว 1,430/35 จุด นอกเหนือการสู้รบในตะวันออกกลาง สัปดาห์นี้ในช่วงข้ามคืนวันพุธมีกำหนดประชุม FOMC ตลาดคาดคงอัตราดอกเบี้ย Fed fund rate ที่ 3.75% แต่ประเด็นที่ควรให้ความสำคัญอยู่ที่การแถลงการณ์ของ Jorome Powell บนสถานการณ์การสู่รบที่เกิดขึ้นบนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับแนวโน้ม GDP และเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า รวมถึงในรอบการประชุมนี้จะมีการเผยแพร่ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจหรือDot plot

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,409.35 จุด ลดลง -0.07% จากสัปดาห์ที่ผ่านหลังกลุ่มวัสดุก่อสร้าง สื่อและของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ปรับตัวลง วันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,385–1,415 จุด ในระยะสั้นอาจเห็นแรงกดดันดัชนีจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังราคาน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พิจารณาโจมตี โครงสร้างพื้นฐานการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน แนะนำ MTC และ CK

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  • ราคาน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พิจารณาโจมตี โครงสร้างพื้นฐานการส่งออกน้ำมันของอิหร่านที่เกาะ Kharg ซึ่งเป็นศูนย์กลางส่งออกน้ำมันกว่า 90% ของอิหร่าน โดย WTI อยู่ที่ 101.32 ดอลลาร์/บาร์เรล และ Brent 106.17 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันทำให้การขนส่งหยุดชะงัก ทั้งนี้ หากมีการโจมตีคลังส่งออกจริง อาจทำให้อุปทานน้ำมันอิหร่านราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หายไปจากตลาด และกระตุ้นการตอบโต้รุนแรงจากอิหร่าน มองเป็นบวกกับ PTTEP
  • รัสเซียเปิดเผยว่า ยูเครนใช้โดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและท่าเรือในภูมิภาคครัสโนดาร์ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ที่ โรงกลั่นน้ำมัน Afipsky และสร้างความเสียหายที่ท่าเรือคัฟคาซใกล้ช่องแคบเคิร์ช โดยมีผู้บาดเจ็บ 3 คน แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีตอบโต้กันต่อเนื่องระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งยูเครนได้เพิ่มการโจมตีเป้าหมายด้านพลังงาน คลังเชื้อเพลิง และโครงสร้างโลจิสติกส์ของรัสเซีย เพื่อพยายามลดความสามารถด้านการทหารและรายได้จากพลังงานของรัสเซีย มองเป็นบวกกับ BCP TOP SPRC จากแนวโน้มของ GRM ที่ปรับตัวขึ้น
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ ถอนร่างกฎระเบียบควบคุมการส่งออกชิป AI ขั้นสูงไปต่างประเทศอย่างกะทันหัน โดยไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการ แม้ว่ากฎดังกล่าวเดิมถูกพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์รัฐบาลในการจำกัดการกระจายเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ระดับสูงทั่วโลก ในระยะสั้นอาจเป็นผลดีต่อผู้ผลิตชิปรายใหญ่ เช่น Nvidia และ AMD ที่ก่อนหน้านี้ต้องเผชิญข้อกำหนดการขอใบอนุญาตส่งออกที่เข้มงวด มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกกับDELTA
  • ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2026 ไทยอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 243 ราย มูลค่ารวม 64,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนทั้งจำนวนธุรกิจ 34% YoY และมูลค่าการลงทุน 83% YoY โดยนักลงทุนหลัก 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง ขณะที่การลงทุนส่วนใหญ่เกิดผ่านBOI ในอุตสาหกรรมอนาคต เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด นอกจากนี้ พื้นที่ EEC ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ 81 ราย คิดเป็น 33% ของทั้งหมด มูลค่าลงทุน 29,826 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการค้าและการลงทุนในภูมิภาค มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกกับ WHA AMATA ROJNA PIN
  • สงครามในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา โดยเฉพาะพื้นที่เขาหลัก หลังสายการบินจำนวนมากต้องยกเลิกหรือปรับเส้นทางบินที่ผ่านตะวันออกกลาง ทำให้ต้นทุนการเดินทางเพิ่มขึ้นกว่า 20% ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวยุโรปเลื่อนการเข้าพักมากกว่า 20% และมีนักท่องเที่ยวกว่า 3,000 คนตกค้าง จากการยกเลิกเที่ยวบิน โดยจังหวัดพังงาพึ่งพาตลาดยุโรปถึงกว่า 90% มองเป็นลบกับกลุ่มท่องเทียวอย่าง CENTEL SHR

Daily pick

MTC: ราคาพื้นฐาน 43.10

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ MTC สำหรับการเติบโตในปี 2026 โดยตั้งเป้าเติบโต สินเชื่อที่ระดับ 10-15% โดยมาจากการเพิ่มสินเชื่อต่อสาขาจากระดับ 22-23 ล้านต่อสาขาเพิ่มเป็น 25-30 ล้านต่อสาขาในอนาคต โดยจะมีการเปิดสาขาน้อยลงจาก 600 สาขาต่อไตรมาสอยู่ที่ระดับ 300-400 สาขาต่อไตรมาส นอกจากนี้ เราประเมิน Credit cost มีโอกาสปรับลดลงด้วยจาก NPL และ Stage 2 ที่ปรับตัวลดลงที่ 2,.5% และ 7.3% ตามลำดับ โดยปัจจุบันเราคาดว่า Coverage ratio อยู่ในระดับที่เพียงพอราว 143% อีกทั้งเราประเมิน ต้นทุนการเงินจะปรับลดลง จากการทยอยrefinance หุ้นกู้ที่จะหมดอายุในปี 2026 ราว 28 พันล้านบาทด้วย rating ที่ระดับ A- เราคาดว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลงราว 10-20bps ในอนาคต

CK: ราคาพื้นฐาน 21.91 บาท 

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ CK จากการจัดตั้งรัฐบาลที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในช่วง พ.ค. ไม่เกิน มิ.ย. ทำให้สามารถผ่านร่างงบประมาณปี 2569/70 ได้ตามแผนเดิมส่งผลให้เราเชื่อว่าจะเป็นขาขึ้นสำหรับงานภาครัฐที่จะทยอยออกมาในช่วงครึ่งปีหลังนี้คล้ายกับในช่วง 2016-17 สำหรับปี 2026-28 เราคาดการณ์ว่ารายได้จะอยู่เหนือ 40พันล้านบาทในช่วง 4-5 ปีข้างหน้าโดยมี GPM ที่ระดับ 7-8% และเราคาดว่าเหตุดินถล่มหลุมยุบจากการก่อสร้าสายสีม่วงจะไม่กระทบ GPM อย่างมีนัยสำคัญ เรามองว่าการแข่งขันจะลดลงในอนาคตจากงานรัฐที่จะออกมามากขึ้นและคู่แข่งอย่าง ITD ที่ถูก Blacklist ไป โดยโครงการสำคัญในปีนี้คือ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีน เฟส 2, Motorway M5, M9 เป็นต้น

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันจันทร์ ติดตามดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial  production) เดือน ม.ค.-ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 5.0%YoY เร่งตัวจากครั้งก่อนหน้าที่ 5.9% และ ดัชนียอดค้าปลีก (Retail sales) เดือน ม.ค.-ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 2.1%YoY เทียบกับครั้งก่อนหน้าที่ 3.7% YoY ต่อด้วยตัวเลขอัตราการว่างงานของจีน (Unemployment rate) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 5.1% ทรงตัวจากเดือนที่ผ่านมา

วันอังคาร ติดตามรายงานข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ (US ADP employment change weekly) เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 1.55 หมื่นตำแหน่ง ต่อด้วยการเปลี่ยนแปลงสต็อกน้ำมันดิบในคลังสินค้าเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ (API Crude Oil Stock Change)เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา -1.7 ล้านบาร์เรล

วันพุธ ติดตามรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของสหภาพยุโรปครั้งสุดท้าย (EU CPI) เดือน ก.พ. โดยตลาดคาดการณ์ที่ +1.9% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า และตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (EU Core CPI) ตลาดคาดการณ์ที่ +2.4% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า ต่อด้วย รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (US PPI index) ของสหรัฐฯ สำหรับเดือน ก.พ. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 2.90% YoYและการรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานในสหรัฐ (US Factory Orders) เดือน ก.พ. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -0.7% MoM ปิดท้ายด้วยผลการประชุมของ Fed เรื่องดอกเบี้ยนโยบายตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยระดับ 3.50%-3.75% และเปิดเผยคาดการณ์แนวโน้มของเศรษฐกิจของสหรัฐจากทางธนาคารกลาง (FOMC Economic Projections)

วันพฤหัสบดี ติดตามผลการประชุมของ BoJ โดยตลาดคาดว่า BoJ จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75% ต่อด้วยผลการประชุมอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB interest rate decision) ตลาดคาดการณ์ว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยจากครั้งก่อนหน้า ปิดท้ายด้วยจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.13 แสนตำแหน่ง

วันศุกร์ ติดตามติดตาม Loan prime rate ของธนาคารกลางจีนระยะเวลา 1 ปีคาดการณ์ไว้ที่ 3.0% ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า และ Loan prime rate อายุ 5 ปีคาดการณ์ไว้ที่ 3.5% ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า

- Advertisement -