MOTHER เดินเกมเชิงรุกเพิ่มสต็อก 20% รับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคและรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดค้าปลีกค้าส่งอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวน

นายเอกพงศ์ โชคชัยวิทัศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ MOTHER ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้แบรนด์ “Mother Supermarket” และ “Mother Marche” ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ พังงา และสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด กระทบต่อต้นทุนสินค้าและค่าขนส่ง ส่งผลให้สินค้าทยอยปรับขึ้นราคา โดยบริษัทเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า พร้อมทั้งประสานงานกับซัพพลายเออร์ในการตรึงราคาสินค้า เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน และพร้อมปรับราคาขายให้สอดคล้องกับสภาพตลาดหากต้นทุนมีการเปลี่ยนแปลง  

นอกจากนี้ บริษัทได้สั่งเพิ่มสต็อกสินค้า (Overstock) ประมาณ 20% เพื่อป้องกันการขาดแคลน ลดรอบการขนส่ง และช่วยควบคุมต้นทุนด้านโลจิสติกส์ พร้อมมุ่งเน้นการจัดการสต๊อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น หลังพบว่าลูกค้าซื้อสินค้าในปริมาณมากขึ้นและมีความถี่ในการซื้อสูงขึ้น เนื่องจากกังวลว่าสินค้าอาจขาดตลาดในช่วงนี้ 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ทำให้เศรษฐกิจโลกผันผวน สินค้าอุปโภคบริโภคยังคงเป็นสิ่งจำเป็นที่ประชาชนต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ยอดขายมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้ต้นทุนจะปรับเพิ่มขึ้น โดยบริษัทคาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งประมาณ 3-6 เดือน

บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการบริหารจัดการสินค้าและโครงสร้างต้นทุน พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนหลีกเลี่ยงการกักตุนสินค้า โดยหวังว่าสถานการณ์สงครามจะไม่ยืดเยื้อ เพื่อให้กลไกตลาดกลับมาเดินหน้าได้ตามปกตินายเอกพงศ์ กล่าว 

- Advertisement -