สถานการณ์ยังไม่เอื้อให้ตลาดหุ้นฟื้นตัว แม้ทรัมป์ระบุว่าจะเลื่อนการโจมตี!

Market Update

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 469 จุด (-1%) ขณะที่ Nasdaq ปรับลงราว 2% นักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯจะยืดเยื้อ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 5.6% ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ผันผวน

Market Outlook

เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ ไม่ได้มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ มีเพียงผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 2.1 แสนราย แต่ก็ตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมิน ส่วนการเคลื่อนไหวของสงครามเช้านี้ทรัมป์ออกมาระบุใน Truth Social ว่า ตามคำขอของรัฐบาลอิหร่านทางสหรัฐฯ จะขอเลื่อนการทำลายโรงไฟฟ้าออกไปอีก 10 วันเป็นวันจันทร์ที่ 6 เม.ย. 20.00 น. ตามเวลาตะวันออกและการเจรจายังคงดำเนินอยู่ ทำให้เช้านี้ Dow Future บวกเล็กน้อยราว 0.4%

แต่หากไปดูการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ต่างๆในเมื่อคืนที่ผ่านมา จะยังสะท้อนภาพของความกังวล โดยเฉพาะ US Bond Yield สหรัฐฯที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง (อายุ 2 ปี) ขณะที่ 10 ปีก็ขยับขึ้นเช่นกัน นักลงทุนยังคงมองเงินเฟ้อสหรัฐฯ มีโอกาสขยับขึ้นและกดดันทิศทางดอกเบี้ยปรับขึ้น สอดคล้องกับ CME FED Watch ที่ประเมินว่ากว่าจะลดดอกเบี้ยอาจอยู่ในช่วงปลายปี 27 พร้อมกับโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยเริ่มสูงขึ้น

แนะรอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯเดือน มี.ค. เม.ย. ที่มีโอกาสขยับขึ้นหากเข้ามาใกล้ระดับ 3.5-4% โอกาสขึ้นดอกเบี้ยจะเริ่มสูงขึ้นแต่จะกดดัน บรรยากาศการลงทุน

กลับมาที่ปัจจัยในประเทศ เป็นลักษณะเดียวกันคือเริ่มเห็นการปรับขึ้นของ Thai Bond Yield อายุ 2 ปีแต่กับ 10 ปี พบว่าปรับขึ้นแรงกว่าอย่างมากสะท้อนว่านักลงทุนประเมินว่าเงินเฟ้อไทยอาจฝังรากลึกไปจนถึงระยะกลาง ซึ่งก็มีความเป็นไปได้เพราะรัฐบาลเริ่มปล่อยราคาน้ำมันหน้าปั๊มให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น การอุดหนุนจากกองทุนเริ่มน้อยลงและหากจากนี้น้ำมันดิบ Brent ยังยืนระดับสูงเช่นนี้ เชื่อว่าการอุดหนุนจากกองทุนจะเริ่มน้อยลงด้วยงบประมาณต่อวันราว 1.7 พันล้านบาท

ด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นก็มีโอกาสที่ผู้ประกอบการต่างๆ จะส่งผ่านต้นทุนออกไปยังราคาสินค้าและบริการ หากกิจการไหนส่งผ่านได้ก็จะรักษาผลประกอบการได้ แต่หากส่งผ่านไม่ได้ก็จะเผชิญกับอัตรากำไรที่ลดลง ฝั่งผู้บริโภคเมื่อต้นทุนสูงขึ้นก็จะกดดันการบริโภคและเศรษฐกิจ

ปัจจัยติดตามคืนนี้ได้แก่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมิชิแกน

วันนี้ ประเมิน SET INDEX ยังเสี่ยงปรับลงในกรอบ 1420 – 1450 เช้านี้ตลาดหุ้นเอเชียยังคงปรับลง (Kospi -3% Nikkei -1%) และด้วยราคาน้ำมันยังอยู่ระดับสูงเป็นตัวจำกัด Upside ของตลาด ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังไม่เร่งร้อนเข้าสะสมจนกว่าจะมีปัจจัยหนุนชัดเจน เช่นราคาน้ำมันดิบปรับฐานแรงอย่างมีนัยยะ ส่วนระยะสั้นสำหรับรับความเสี่ยงสูงเน้นที่พลังงาน (PTTEP) Defensive (ADVANC) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB)

หุ้นแนะนำ

KBANK (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 210.00 บาท)

KBANK จะให้ความสำคัญต่อการบริหารเงินกองทุนด้วยการจ่ายเงินปันผลสูง และออกโครงการซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง โดยคาด KBANK สามารถจ่ายเงินปันผลเท่าเดิมที่ 12 บาท ในปี 2026 เท่ากับที่จะจ่าย 12 บาท ในปี 2025

KTB (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 35.00 บาท)

งบดุลแข็งแกร่งจากที่มี Coverage ratio สูง 230%  และเงินกองทุนขั้นที่ 1 ราว 20% สิ้นปี 2025 ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการบริหารจัดการ ส่งผลให้ธนาคารสามารถผ่อนคลายสำรองหนี้ฯ

- Advertisement -