การฟื้นตัวยังเป็นไปอย่างจำกัดบนสถานการณ์ที่น้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง
Market Update
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 49.5 จุด (+0.1%) ขณะที่ S&P500 ปิดแดนลบเนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับการยึดเยื้อในตะวันออกกลาง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3.25% หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนถล่มอิสราเอลกังวลว่าจะบานปลาย
Market Outlook
เมื่อคืนที่ผ่านมาไม่ได้มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ นักลงทุนรอดูสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งทรัมป์ได้ออกมาระบุว่ากำลังอยู่ในช่วงเจรจาอย่างจริงจังขั้นสุดกับระบอบการปกครองใหม่ สหรัฐฯ สร้างความคืบหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม แต่หากมีอะไรก็ตามที่ทำให้ตกลงกันไม่ได้ พร้อมกับ HORMUZ หากไม่เปิดทำการฝั่งสหรัฐฯ จะทำลายทุกอย่างทั้งโรงไฟฟ้า บ่อน้ำมัน เกาะคาร์ก แต่ถึงอย่างนั้นฝั่งอิหร่านก็ดูจะไม่ได้ออกมาตอบโต้อะไร ขณะเดียวกันเมื่อคืนประธาน FED ได้ออกมาแถลงใน Harvard ซึ่งก็ยอมรับว่าราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจะกดดันเงินเฟ้อทั่วไปในระยะสั้นให้สูงขึ้น แต่ก็เชื่อว่าเป็นภาวะ Supply Shock ที่เชื่อว่ามาเร็วไปเร็ว เครื่องมือทางการเงินของ FED เช่นการขึ้นดอกเบี้ยไม่สามารถจัดการได้โดยตรง FED จึงเน้น Wait & See มากกว่า ทำให้ US Bond Yield กลับมาปรับลง แต่อย่างไรก็ตามกับตลาดหุ้นดูจะไม่ได้ให้น้ำหนักส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะราคาน้ำมันดิบ Brent อย่างเช้านี้ราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับขึ้นมาที่ 109.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ / บาร์เรล (+0.6%) สะท้อนถึงปัจจัยสงครามที่ยังคงตึงตัวในมุมมองนักลงทุน หากยังยืนระดับเช่นนี้ก็อาจต้องพร้อมรับกับราคาสินค้าที่ทยอยปรับขึ้น ความเห็นล่าสุดจาก CME FED Watch ประเมิน FED คงดอกเบี้ยยาว และจะไปลดอีกครั้งในช่วงปลายปี 27
สำหรับปัจจัยในประเทศรัฐบาลทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่าง Diesel (+1.8 บาท / ลิตร) ราคาน้ำมัน E20 (+1 บาท / ลิตร) เชื่อว่าหลังจากนี้ผู้ประกอบการจะกยอยส่งผ่านต้นทุนออกไปผ่านราคาสินค้า แต่จะกดดันเศรษฐกิจเพราะรายได้ผู้บริโภคเชื่อว่าเติบโตจำกัดตามทิศทางเศรษฐกิจ มองกลุ่มเกี่ยวข้องกับการบริโภค สินค้า ฟุ่มเฟือย ท่องเที่ยว (รับแรงกดดัน) ปัจจัยติดตามคืนนี้ได้แก่ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและตำแหน่งเปิดรับสมัครงานของสหรัฐฯ Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 6.89 ล้านตำแหน่ง และ 87.8 ตามลำดับ
วันนี้ประเมิน SET INDEX ยังเสี่ยงปรับฐานในกรอบ 1430 – 1460 อาจได้แรงหนุนบ้างจากกลุ่มปีโตรเคมี พลังงาน ตามราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นพร้อมกับส่วนต่างปีโตรเคมีที่สูงขึ้น เพราะเกิดการขาดแคลน แต่กลุ่ม Domestic Play จะรับผลกระทบ ส่วนเช้านี้ Nikkei -0.9% Kospi -4.1% มองเป็นแรงกดดันเชิงจิตวิทยาต่อ SET ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังไม่เร่งร้อนเข้าลงทุน ส่วนระยะสั้นรับความเสี่ยงสูงเน้นที่พลังงาน (PTTEP) สื่อสาร (ADVANC) สินค้าโภคภัณฑ์ (CPF) ค้าปลีกที่เน้นสินค้าจำเป็น (CPAXT CPALL)
หุ้นแนะนำซื้อวันนี้
CPF (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 24.70 บาท)
เป็นธุรกิจที่ได้รับแรงกดดันจากปัญหาสงครามไม่มากนัก เนื่องจากเป็นสินค้าที่ต้องใช้บริโภคขณะที่รายได้จากตะวันออกกลางมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของรายได้รวม
KTB (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 35.00 บาท)
งบดุลแข็งแกร่งจากที่มี Coverage ratio สูง 230% และเงินกองทุนขั้นที่ 1 ราว 20% สิ้นปี 2025 ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการบริหารจัดการ ส่งผลให้ธนาคารสามารถผ่อนคลายสำรองหนี้ฯ









