MFC เปิดขาย IPO กองทุน “M-MEM” 1-9 เม.ย.นี้ ลงทุนหุ้น Memory Chip เกาะเทรนด์ AI ดีมานด์พุ่งโตก้าวกระโดด
บลจ.เอ็มเอฟ เปิดตัวกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เมมโมรี่ ชิป อิควิตี้ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (MFC Memory Chip Equity Fund Not for Retail Investors) หรือ“M-MEM” เกาะเทรนด์ AI ลงทุนหุ้น Memory Chip หนุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต ดันเทรนด์ AI, Data Center ดีมานด์พุ่งสูง ส่งผลหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำ เข้าสู่รอบการเติบโตก้าวกระโดดครั้งใหม่ พร้อมเปิดขาย IPO วันที่ 1 – 9 เมษายน 2569 นี้ ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 500,000 บาท และครั้งถัดไป 1,000 บาท
นายธนโชติรุ่งสิทธิวัฒน์กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซีจำกัด (มหาชน) หรือ MFC ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกองทุนคุณภาพทั้งในและต่างประเทศเปิดเผยว่า MFC มองโอกาสในการลงทุนตามเทรนด์ AI ของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม Memory Chip หรือชิปหน่วยความจำ ที่เป็นหัวใจสำคัญของระบบดิจิทัล มีความสำคัญต่อการจัดเก็บข้อมูล (Storage) ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท และการได้รับประโยชน์โดยตรงจากความต้องการพื้นที่จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลมหาศาลใน Data Center สำหรับฝึกฝนโมเดล AI กำลังเป็นกระแสผลักดันให้อุตสาหกรรม Memory Chip เข้าสู่รอบการเติบโตก้าวกระโดดครั้งใหม่ (Super Cycle)
MFC จึงเปิดตัวกองทุนเปิดเอ็มเอฟซีเมมโมรี่ชิปอิควิตี้ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (MFC Memory Chip Equity Fund Not for Retail Investors) หรือ M-MEM เพื่อการลงทุนเทรนด์ AI ในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม Memory Chip โดยมีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนและ/หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศทั่วโลกที่ดําเนินธุรกิจหรือมีรายได้จากการดําเนินธุรกิจจากเซมิคอนดักเตอร์และหน่วยความจํา (Semiconductor & Memory Technology) และ/หรืออื่นๆที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน
“จุดเด่นของกองทุน M-MEM เป็นการลงทุนเกาะเทรนด์การเติบโตระยะยาวของเทคโนโลยี AI ผ่านอุตสาหกรรม Memory Chip ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคตโดยเฉพาะการเติบโตของ Storage (NAND/SSD) จะเป็นตัวขับเคลื่อนรอบใหม่ของอุตสาหกรรมจากความต้องการ Memory Chip ที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ Supply โตไม่ทันและถูกควบคุมโดยผู้ผลิตรายใหญ่ไม่กี่รายที่ได้เปลี่ยนกลยุทธ์จากเน้นปริมาณเป็นควบคุมอุปทานและปรับสายการผลิตไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงเช่น HBM (High Bandwidth Memory) และ DDR5 ทำให้ราคาชิปดีดตัวขึ้นและอัตรากำไรมีแนวโน้มเติบโตสูง” นายธนโชติกล่าว
สำหรับกระบวนการลงทุนผู้จัดการกองทุนจะคัดเลือกหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ (ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ขนาดใหญ่กว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐและมีสภาพคล่องสูง) และเป็นผู้นำอุตสาหกรรม Memory Chip รวมถึงบริษัทในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่เกี่ยวข้องซึ่งได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI, Data Center, Cloud และ Big Data และเน้นบริษัทที่ได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเทคโนโลยี AI และ High Bandwidth Memory (HBM) Supercycle โดยจัดพอร์ตการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk-adjusted Return) ที่เหมาะสมและกำหนดสัดส่วนลงทุนในหุ้นรายตัวไม่เกิน 15% นอกจากนี้ผู้จัดการกองทุนจะปรับพอร์ตการลงทุน (Rebalance) อย่างน้อยปีละ 2 ครั้งและติดตามผลประกอบการของบริษัทอย่างต่อเนื่องโดยกองทุนจะมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV รวมทั้งกองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า(Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน (Fully Hedged) ตัวอย่างหุ้นบริษัทชั้นนำที่อยู่ในขอบเขตการลงทุนเช่น Intel, Kioxia, Micron Technology, Samsung Electronics, SanDisk, SK hynix และ Western Digital เป็นต้น
กองทุน M-MEM มีความเสี่ยงระดับ 7 (สูง) เป็นกองทุนรวมที่เสนอขายเฉพาะผู้มีเงินลงทุนสูงและกองทุนมี การลงทุนกระจุกตัว (Concentration Risk) ในผู้ออกตราสาร (Issuer) และในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จึงมีความเสี่ยง ที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กำหนดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 1-9 เม.ย.2569 เงินลงทุนขั้นต่ำ ครั้งแรก 500,000 บาท และครั้งถัดไป 1,000 บาท สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุนกองทุนป้องกันความเสี่ยงอันอาจเกิดขึ้นทั้งหมด (Fully Hedged) การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุน โดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวน ได้ที่บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) และตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือ โทรศัพท์ 0-2649-2000 ติดต่อฝ่ายวางแผนการลงทุน กด 2 หรือ Contact Center กด 0 สาขาแจ้งวัฒนะ โทร. 0-2835-3055-57 สาขาปิ่นเกล้า โทร.0-2014-3150-2 สาขาขอนแก่น โทร. 043-204-014-16 สาขาเชียงใหม่ โทร. 0-5321-8480-82 สาขาระยอง โทร. 033-100-340 สาขาหาดใหญ่ โทร. 074-232-324-25 หรือที่ www.mfcfund.com









