เก่งหลังเกมส์

SET Index เพิ่มขึ้น 22.85 จุด (+1.58%) ปิดที่ระดับ 1,471 จุด มูลค่าการซื้อขาย 8.3 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับขึ้น 343 บริษัท และปรับลง 152 บริษัท) ดัชนีปรับขึ้นในทิศทางเดียวกับต่างประเทศตอบรับสหรัฐและอิหร่านส่งสัญญาณยุติสงคราม โดยมี Sector ปรับขึ้นหนุนดัชนี คือ กลุ่มอิเล็กฯ (DELTA), กลุ่มสนามบินและสายการบิน (AOT, THAI, AAV), กลุ่มธนาคาร (KTB, BBL), กลุ่มค้าปลีก (CPALL, HOMPRO, GLOBAL), และ กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD) ส่วน Sector ที่ปรับลงกดดัชนี คือ กลุ่มน้ำมัน โรงกลั่นและปิโตรฯ (PTTEP, PTTGC, TOP) 

หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ

DELTA (+5.41%) ตลาดดึง Position กลับหลังก่อนหน้าราคาหุ้นถูกดันจากการปรับน้ำหนักตามเกณฑ์ Capped weight Rebalance ของตลาดหลักทรัพย์ไปแล้ว ผสานมีจิตวิทยาบวกจากหุ้น Tech ทั่วโลกฟื้นตัวแรง 

CPALL (+1.65%), HMPRO (+2.44%), GLOBAL (+4.46%) คาดหวังสงครามใกล้ยุติ ราคาน้ำมันมีแนวโน้มชะลอตัว ช่วยลดค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายประชาชน ผสานนักลงทุนเข้าเก็งกำไรก่อนรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเก็งสานต่อมาตรการคนละครึ่ง เป็นบวกกับค้าปลีกโดยตรง

THAI (+4.92%), BA (+3.7%), AAV (+3.57%), AOT (+3.37%) ราคาน้ำมันลดลงเป็นบวกโดยตรงกับกลุ่มธุรกิจสายการบินโดยเฉพาะ THAI มีน้ำมันอากาศยาน (JET Fuel) คิดเป็น 40% ของต้นทุนรวม

CENTEL (+3.85%), MINT (+3.7%), ERW (+4.92%) สงครามทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกหรือชะลอการเดินทางเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย หากสงครามยุติการเดินทางท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นตัวเป็นบวกต่อจิตวิทยาการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงแรม 

GULF (+2.11%), GPSC (+3.68%), BGRIM (+2.52%) มีต้นทุนหลักเป็น LNG Gas ส่วนใหญ่นำเข้าจากสหรัฐและตะวันออกกลาง หากสงครามยุติ ปัญหา supply disruption จะคลี่คลาย ราคา LNG จะลดลงช่วยลดต้นทุนและเพิ่มมาร์จิ้นให้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า SPP ทั้ง GPSC, BGRIM และ GULF

MTC (+4.35%), SAWAD (+5.86%) ก่อนหน้าวิตกค่าครองชีพพุ่งตามราคาน้ำมัน กระทบรายได้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้าเสี่ยงทำให้ผู้ประกอบการในกลุ่มไฟแนนซ์ต้องตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้น วันนี้มีสัญญาณบวกสงครามใกล้ยุติหนุนนักลงทุนจึงเข้าซื้อหรือดึง position กลับของหุ้นในกลุ่มไฟแนนซ์

- Advertisement -