บล.กรุงศรีฯ:
ประธานาธิบดี Donald Trump แถลงเกี่ยวกับสงครามสหรัฐฯ/อิสราเอล – อิหร่าน มีมุมมองที่น่าสนใจดังต่อไปนี้:
• (+) Bullish: Trump ตอกย้ำภาพ “สงครามใกล้จบ” อย่างมีน้ำหนักมากขึ้น โดยระบุว่าปฏิบัติการเพียง ~1 เดือนสามารถสร้าง “ชัยชนะที่รวดเร็วและเด็ดขาด”
• (-) Bearish: แม้ภาพใหญ่เป็นบวก แต่เนื้อหา Speech เพิ่มน้ำหนักความเสี่ยงระยะสั้นอย่างมีนัย โดย Trump ย้ำชัดว่าสงคราม “จะดำเนินต่ออย่างน้อยอีกหลายสัปดาห์” และจะเดินหน้าโจมตีต่อเนื่องในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า อีกทั้งขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานโดยตรง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า “พร้อมกัน” หากไม่มีข้อตกลง ซึ่งสะท้อน tail risk ต่อ supply energy disruption
• (*) Neutral: ในเชิงนโยบาย คุณ Trump ระบุว่าสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาน้ำมันตะวันออกกลางอีกต่อไป และผลักภาระให้ประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน “ต้องดูแลช่องแคบฮอร์มุซเอง”
KSS Strategist Comment: แม้โดยรวมจุดยืนคุณ Trump คล้ายกับส่งสัญญาณช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อนหน้า แต่กรอบเวลาสงครามกลับมาไม่ชัดเจน vs ก่อนหน้า + ความเสี่ยงการโจมตตีโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นหลัง Speech ของ Trump กลยุทธ์ วาง Barbell Strategy
• หุ้นพลังงาน x ปิโตรเคมี ได้ประโยชน์สงครามยังไม่นิ่ง PTT, TOP, PTTGC, IVL
• หุ้นที่สะท้อนความเสี่ยงตะวันออกกลางไประดับหนึ่งแล้ว เน้นกลุ่มพื้นฐานระยะกลางแข็งแกร่ง GULF, GPSC, AOT, CENTEL, THAI, TRUE, ADVANC
มุมมอง Cross Asset ต่อประเด็น ประธานาธิบดี Donald Trump แถลงเกี่ยวกับสงครามสหรัฐฯ/อิสราเอล – อิหร่าน
• (+) Bullish: Trump ตอกย้ำภาพ “สงครามใกล้จบ” อย่างมีน้ำหนักมากขึ้น โดยระบุว่าปฏิบัติการเพียง ~1 เดือนสามารถสร้าง “ชัยชนะที่รวดเร็วและเด็ดขาด”
• (-) Bearish: แม้ภาพใหญ่เป็นบวก แต่เนื้อหา Speech เพิ่มน้ำหนักความเสี่ยงระยะสั้นอย่างมีนัย โดย Trump ย้ำชัดว่าสงคราม “จะดำเนินต่ออย่างน้อยอีกหลายสัปดาห์” และจะเดินหน้าโจมตีต่อเนื่องในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า อีกทั้งขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานโดยตรง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า “พร้อมกัน” หากไม่มีข้อตกลง ซึ่งสะท้อน tail risk ต่อ supply energy disruption
• (*) Neutral: ในเชิงนโยบาย คุณ Trump ระบุว่าสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาน้ำมันตะวันออกกลางอีกต่อไป และผลักภาระให้ประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน “ต้องดูแลช่องแคบฮอร์มุซเอง”
KSS Strategist Comment: มุม Asset Allocation การสื่อสารที่ปธน. ทรัมป์ ให้ แม้ความไม่ชัดเจนในระยะสั้นจะสูงขึ้น เนื่องจากกลับมามีประเด็นโจมตีโรงไฟฟ้า แต่โดยรวมตอกย้ำการเร่งจบสงคราม ซึ่งสะท้อนว่าสงครามเข้าสู่ช่วงปลายทาง เราจึงให้น้ำหนัก น้ำมันดิบ ผ่านพีคไปแล้ว และ Bond Yield อยู่ในโซนพีค ดังนั้นกลยุทธ์
• ระยะกลาง-ยาว Fixed Income เป็นจังหวะ สะสม (Buy the dip) ช่วยที่ราคาอ่อนตัว และเน้นเพิ่ม Duration ให้สูงขึ้น อิงภาพสงครามจบ -> Bond Yield ลง แนะนำ กองทุน KF-CSINCOME
• ราคาน้ำมันดิบที่ Spike ขึ้นมาอีกครั้งช่วงเช้า จะกระตุ้นประเด็น Energy Shock อีกครั้ง แต่เพียงระยะสั้นเนื่องจากราคาน้ำมันดิบมีโอกาสผ่านพีค และ Energy Shock ถูก Price in ไปมากแล้ว ดังนั้นการย่อตัวรอบนี้จะเป็นโอกาสในการสะสมอีกครั้ง (Buy the dip) เพื่อการลงทุนระยะกลาง-ยาว แนะนำ กองทุนหุ้นยุโรป KF-HEUROPE-A หรือ ETF VGK US
• ระยะสั้น Tactical ความผันจากสงครามที่ยังมีอยู่ กลุ่มประเทศที่อิงกับ Commodities ต่างๆ ทั้งพลังงาน และการเกษตร รวมถึงโลหะพื้นฐาน จะมีแรงเก็งกำไรต่อเนื่อง (Tactical Buy) มอง LATAM ได้ประโยชน์ เน้นเก็งกำไรตลาดหุ้น Brazil แนะนำ กองทุน DAOL-BRAZILEQ หรือ ETF FLBR US







