เก่งหลังเกมส์
SET Index ลดลง 5.27 จุด (-0.36%) ปิดที่ระดับ 1,466 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.5 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับลง 243 บริษัท และปรับขึ้น 201 บริษัท) ผิดหวังถ้อยแถลงของประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ยังไม่มีความชัดเจนในการยุติสงครามกับอิหร่าน และขู่โจมตีมากขึ้นใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า โดยมี Sector ปรับลงกดดัชนีวันนี้ คือ กลุ่มอิเล็กฯ (KCE, HANA, DELTA), กลุ่มสายการบิน (THAI, AAV, BA), กลุ่มค้าปลีก (CPALL, CPAXT) และ กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD) ส่วน Sector ที่ปรับขึ้นประกอบด้วย กลุ่มผลิตน้ำมันและสำรวจ (PTTEP, PTT), กลุ่มอาหาร (CPF, GFPT, TFG), กลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง (GLOBAL, DOHOME)
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ
PTT (+2.16%), PTTEP (+1.92%) มีจิตวิทยาบวกราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกฟื้นตัวแรง หลังทรัมป์แถลงจะยังโจมตีอิหร่านเพิ่มมากขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ต่อจากนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดฟิวเจอร์ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 7.3$/bbl (+7%) แตะระดับ 108.7$/bbl
🛠GOBAL (+4.27%), DOHOME (+1.78%) ราคาปรับขึ้น outperform กลุ่มค้าปลีก คาดนักลงทุนเข้าเก็งกำไรหลังผลสำรวจยอด SSSG เดือน มี.ค.พลิกเป็นบวก, ผสานราคาเหล็กปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน, คาดหวังดีมานด์ฟื้นฟูหลังสงคราม (Re-build) ส่งผลดีกับกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่มียอดขายเหล็กเป็นสัดส่วนต่อรายได้สูง อาทิ GLOBAL (15%), DOHOME (30%)
CPF (+0.96%), GFPT (+1.06%), TFG (+8.52%) รับผลบวกราคาหมูและราคาไก่ปรับขึ้นต่อเนื่อง สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาหมูเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 67.50 บาทต่อ ก.ก. (+3.1%w-w) ปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน, ราคาไก่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 42.50 บาทต่อ ก.ก. (+4.9%w-w)
GPSC (-2.84%), BGRIM (-3.28%), GULF (-1.24%) ราคาน้ำมันดิบและก๊าซเร่งขึ้นกระทบต้นทุนการผลิต ประกอบกับวันนี้มีข่าว รมว.พลังงานสั่งชะลอการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน เป็นลบโดยตรงกับผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า SPP คือ GPSC, BGRIM (ต้นทุนขึ้นผลักภาระให้ผู้ซื้อไม่ได้)
CPALL (-1.62%), CPAXT (-1.23%), MTC (-0.83%), SAWAD (-2.55%) กังวลภาครัฐลอยตัวราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ (เมื่อคืนดีเซลปรับขึ้น 3.50 บาทต่อลิตร) กระทบกำลังซื้อโดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้า อาจกดดันยอดขายกลุ่มค้าปลีก และกลุ่มไฟแนนซ์เสี่ยงมีหนี้เสีย (NPL) เพิ่มขึ้น









