เก่งหลังเกมส์

SET Index ลดลง 11.72 จุด (-0.80%) ปิดที่ระดับ 1,454 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบาง 4.2 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับลง 337 บริษัท, ปรับขึ้น 121 บริษัท) นักลงทุนขายหุ้นกลุ่มน้ำมันกังวลรัฐเข้าแทรกแซงโครงสร้างราคาพลังงานเพื่อบรรเทาผลกระทบให้ประชาชน โดยมี Sector ปรับลงกดดัชนี คือ กลุ่มโรงกลั่น (TOP, SPRC, BCP), กลุ่มปิโตรฯ (PTTGC, IRPC), กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM,GPSC, GULF), สายการบิน (AAV, THAI, BA) และ ธนาคาร (BBL, SCB, KTB) ส่วน Sector ที่ปรับขึ้น คือ ICT (TRUE, ADVANC), ค้าปลีกวัสดุฯ (DOHOME, GLOBAL) 

หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ

PTT (-3.52%), TOP (-3.80%), SPRC (-5.11%), IRPC (-6.01%) กังวลภาครัฐแทรกแซงราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นเพื่อลดราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ คาดสรุปผลศึกษาและนำเข้าที่ประชุม ครม. นัดพิเศษ 6 เม.ย.นี้ นักวิเคราะห์พื้นฐานเราประเมินทุกๆ 0.1$/bbl ของค่า GRM ที่ลดลงจะกระทบคาดการณ์กำไรของ TOP ปีนี้ราว 2%, SPRC 4%, BCP1%, PTTGC 3% และ IRPC มากสุด 687% (งบขาดทุนอยู่แล้วจะขาดทุนเพิ่ม)

OR (-3.88%), PTG (-1.79%) ปัจจัยลบเดียวกับกลุ่มโรงกลั่น กังวลภาครัฐแทรกแซงค่าการตลาด นักวิเคราะห์พื้นฐานเราประเมินค่าการตลาดของน้ำมันเบนซินที่ลดลงทุกๆ 10 สตางค์ต่อลิตรจะกระทบคาดการณ์กำไรของ OR ปีนี้ราว 3% และ PTG 9% เช่นเดียวกับค่าการตลาดของน้ำมันดีเซลที่ลดลงทุกๆ 10 สตางค์ต่อลิตรจะกระทบคาดการณ์กำไรของ OR ปีนี้ราว 5% และ PTG 23% 

BGRIM (-2.54%), GPSC (-2.19%), GULF (-0.84%) ผิดหวังข่าว รมว.พลังงานสั่งชะลอการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน เป็นลบโดยตรงกับผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า SPP คือ GPSC, BGRIM, GULF (ต้นทุนขึ้นแต่ขึ้นค่าไฟไม่ได้) โดย BGRIM มีสัดส่วนรายได้จากโรงไฟฟ้า SPP มากสุดที่ 67% ตามด้วย GPSC 25% ส่วน GULF แม้มีกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้า SPP 26% แต่มีกำไรจากโรงไฟฟ้าดังกล่าวเพียง 6% 

DOHOME (+2.33%), GOBAL (+1.64%), ราคาปรับขึ้น outperform ตลาดนักลงทุนเข้าเก็งกำไรหลังผลสำรวจยอด SSSG เดือน มี.ค.พลิกเป็นบวก, ผสานราคาเหล็กปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน, คาดหวังดีมานด์ฟื้นฟูหลังสงคราม (Re-build) + รัฐบาลแถลงนโยบายเตรียมเร่งลงทุนในโครงการภาครัฐ ส่งผลดีกับกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่มียอดขายเหล็กเป็นสัดส่วนต่อรายได้รวมสูง อาทิ DOHOME (30%), GLOBAL (15%)

 

- Advertisement -