KS Daily View 07.04.2026 >>> SET ผันผวนสงครามยืดเยื้อ แนะตั้งรับหุ้นคาดกำไร 1Q26 ดีและปันผลน่าสนใจ กรอบ SET วันนี้ 1,440–1,465 จุด แนะนำ ADVANC, KTC

Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สำหรับสัปดาห์นี้ เราประเมินSET Index แกว่งในกรอบ 1,430 – 1,480 จุด ยังมีแรงกดดันจากความวุ่นวายในตะวันออกกลางทั้งจากท่าทีของสหรัฐฯและอิหร่านที่ยากจะยุติ แต่ก็เริ่มเห็นการผ่อนคลายในช่องแคบฮอร์มุซบ้าง สะท้อนจากปริมาณเรือบางประเทศเริ่มทยอยออกมาได้บ้างเมื่อเทียบกับช่วงกลางเดือนมีนาคมที่แทบไม่มีเลย เป็นปัจจัยที่เข้ามาช่วยพยุงโมเมนตัมเล็กน้อย ผสานกับปัจจัยในประเทศที่การจัดตั้งรัฐบาลทำได้ค่อนข้างเร็ว คาดจะช่วยหนุนโอกาสในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสั้นช่วยผ่อนคลายปัญหาเรื่องค่าครองชีพที่สูง ส่วนในระยะถัดไป คาดการเบิกจ่ายของภาครัฐฯก็น่าจะเร่งตัวขึ้นได้เช่นเดียวกัน แต่จุดที่ต้องระวังมากขึ้น คือ การทยอยรายงานงบในช่วง 1/69 และการปรับลดประมาณการในกลุ่มที่คาดได้รับผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพที่สูง ดังนั้นเราประเมินว่าในระยะสั้นอาจรอย่อตั้งรับ ไม่ไล่ราคา เน้นกลุ่มพื้นฐานดี กำไรยังเติบโตผสานมีการจ่ายปันผลในอัตราที่น่าสนใจ ส่วนด้านตัวเลขเศรษฐกิจของไทยสัปดาห์นี้ ติดตาม CPI เดือนมี.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนมี.ค.

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,454.00 จุด เพิ่มขึ้น +0.48% จากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีแรงซื้อในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, ปิโตรเคมี และสื่อสาร ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,440–1,465 จุด ยังแกว่งผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกลางที่ยืดเยื้อ ดังนั้นเราแนะนำรอตั้งรับหุ้นที่คาดกำไร 1Q26 ยังอยู่ในเกณฑ์ดีและมีปันผลในระดับที่น่าสนใจ โดยวันนี้แนะนำADVANC, KTC

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  • อิหร่านปฏิเสธเส้นตายของโดนัลด์ ทรัมป์ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยยืนยันว่าจะเปิดก็ต่อเมื่อได้รับการชดเชยความเสียหายจากสงครามผ่านรายได้ค่าธรรมเนียมการเดินเรือ พร้อมเดินหน้าโจมตีในภูมิภาคต่อเนื่อง ส่งผลให้การขนส่งผ่านช่องแคบยังต่ำกว่าปกติราว 90% ขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นจากความตึงเครียดด้านอุปทาน แม้ OPEC+ จะเพิ่มกำลังการผลิตเชิงสัญลักษณ์ก็ตาม สถานการณ์ยังไร้ทางออกในระยะสั้นจากการที่ทุกฝ่ายยืนกรานจุดยืนของตน ระยะสั้นยังเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)
  • คณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงพลังงานทบทวนโครงสร้างค่าการกลั่นและค่าการตลาดน้ำมันใหม่ โดยยึดต้นทุนที่แท้จริงเป็นหลัก เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานและลดภาระประชาชน โดยจะให้โรงกลั่นทั้ง 6 แห่งส่งข้อมูลต้นทุนเชิงลึก เช่น Crude premium, War risk premium, ค่าขนส่ง และประกันภัย พร้อมศึกษา benchmark มาตรฐานสากล เพื่อปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้โปร่งใสและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนว่ารัฐเริ่มเข้ามาดูแล “ต้นทางราคา” อย่างจริงจัง เป็นลบต่อกลุ่มโรงกลั่น
  • ไทยแอร์เอเชียและไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ประกาศปรับตารางบินและหยุดให้บริการบางเส้นทางชั่วคราวในช่วงฤดูร้อนปี 2026 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานของสายการบินเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ เป็นลบต่อกลุ่มสายการบิน (AAV, BA) จากแรงกดดันต้นทุนน้ำมันและดีมานด์ที่อาจชะลอ
  • สงกรานต์ปี 2569 ซบเซาทั่วประเทศจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันและค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้คนไทยลดการใช้จ่ายและเดินทางน้อยลง ขณะที่เม็ดเงินคาดอยู่ที่ 1.29 แสนล้านบาท ลดลง 3.7% ต่ำสุดในรอบ 4 ปี ด้านภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะเชียงใหม่ที่โดนทั้งฝุ่นPM2.5 และการยกเลิกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนหาดใหญ่ยอดจองเหลือเพียง 50% แม้บางพื้นที่อย่างพัทยาพยายามจัดกิจกรรมกระตุ้น แต่ภาพรวมยังอ่อนแอ เป็นลบต่อกลุ่มท่องเที่ยว ค้าปลีก และขนส่ง
  • รัฐบาล “อนุทิน 2” เตรียมแถลงนโยบายเศรษฐกิจต่อรัฐสภาภายในวันที่ 9–10 เม.ย.โดยวาง 5 ยุทธศาสตร์หลักเพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยและรับมือความผันผวนจากวิกฤตตะวันออกกลาง เน้นทั้งกระตุ้นระยะสั้นผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และการลดค่าครองชีพ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างระยะยาว เช่น การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การผลักดันเกษตรแม่นยำ เร่งเจรจาการค้าและเปิดตลาดใหม่ และเป้าหมาย Net Zero มองเป็นบวกต่อกลุ่มบริโภคและค้าปลีก (CPALL, CRC) รวมถึงกลุ่มเกษตร/อาหาร (CPF, TU)

Daily pick

ADVANC: ราคาพื้นฐาน 371.20

  • คาดกำไรสุทธิ 1/69 ที่ 1.26 หมื่นลบ. โดยเมื่อหักรายการพิเศษ คาดกำไรปกติที่ 1.25 หมื่นลบ. +18.2% YoY จากการเติบโตของรายได้ปกติและต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลง และ +0.5% QoQ
  • จากส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นจาก 3BBIF และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
  • ADVANC น่าจะสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก TRUE ได้ต่อทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และบรอดแบนด์ โดยคาดว่ารายได้ปกติและ EBITDA จะเติบโต 5.8% YoY และ 3.7% YoY
  • การปลดล็อกมูลค่าจากบริษัทร่วมในธุรกิจศูนย์ข้อมูล (DC) และ Virtual Bank เป็น upside ในระยะกลาง-ยาว ผสานคาดอัตราจ่ายปันผลปีนี้ที่ระดับใกล้ 5% เป็นแรงหนุน

KTC: ราคาพื้นฐาน 41.00 บาท 

  • ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรของ KTC เดือน มี.ค. เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความต้องการซื้อล่วงหน้าจากการกักตุนสินค้าจำเป็น ถือเป็นแรงบวกต่องบในระยะสั้น
  • เราคาดว่าผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์จากค่าครองชีพที่สูงขึ้นจะมีจำกัด เนื่องจากลูกค้าของ KTC เกือบทั้งหมดเป็นพนักงานประจำ
  • คาดต้นทุนดอกเบี้ยจะลดลง 15bps ในปี 2569 แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ Valuation ปัจจุบันเทรดเพียง PE 9 เท่า และคาดหวังอัตราการจ่ายปันผลที่ระดับ 6% เพิ่มความน่าสนใจในการทยอยสะสม

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

  • วันจันทร์ ติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ (ISM Services PMI) ) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 54.9 จุดชะลอจากเดือนก่อนหน้าที่ 56.1 จุด
  • วันอังคาร ติดตามรายงานตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานของไทย (TH CPI) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 0.19% YoY ปรับตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ -0.88% YoY และตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (TH Core CPI)เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 0.84 % YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -0.24% YoY ต่อด้วยคำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ (Durable goods orders) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ -0.10% MoM ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.0% MoM
  • วันพุธ ติดตามดัชนียอดค้าปลีกของฝั่งยุโรป (EU Retail sales) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 1.6% YoY ชะลอตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 2.0% YoY ต่อด้วย รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารสหรัฐ (FOMC minute)
  • วันพฤหัสบดี ติดตามรายงานคาดการณ์การเติบโของ GDP ของสหรัฐใน 4Q25 ครั้งสุดท้ายตลาดคาดการณ์ที่ 0.7%QoQ ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้าต่อด้วยรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคลของสหรัฐ (US Core PCE Price Index) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 3.0% YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 3.1% YoY ปิดท้ายด้วยจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.10 แสนตำแหน่ง เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.02 แสนตำแหน่ง
  • วันศุกร์ ติดตามรายงานอัตราเงินเฟื้อของจีน (China CPI)เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +1.2% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 1.3% YoY ต่อด้วยตัวเลขเงินสหรัฐฯ (US CPI) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +3.4% YoY เร่งตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ +2.4% YoY ขณะที่ Core CPI ตลาดคาดที่ 2.7% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 2.5% YoY ในเดือนก่อนหน้า
- Advertisement -