จับตาเจรจาสงครามก่อนเส้นตายโจมตีเช้าวันพุธ
ตลาดหุ้นวานนี้: SET Index ปรับตัวลดลงเพื่อลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวทั้งไทยและต่างประเทศ ดัชนีปิดลบ 11.72 จุด ที่ระดับ 1,454.00 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่บางลงเหลือ 4.3 หมื่นลบ. โดยตลาดยังจับตาดูพัฒนาการของสงคราม สถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นฝ่ายละ 1.8-1.9 พันลบ. ขณะที่รายย่อยเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ 3.6 พันลบ. (ต่างชาติ Short สุทธิ Index Futures บางๆ 2.1 พันสัญญา)
แนวโน้มตลาดวันนี้: เราคาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,445-1,465 จุด โดยคาดตลาดจับตาดูพัฒนาการเจรจาสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ว่าจะสามารถหยุดยิงชั่วคราว 45 วันได้ก่อนเส้นตายการโจมตีที่ทรัมป์ระบุในช่วงเช้าวันพุธตามเวลาไทยหรือไม่ โดยล่าสุดมีข่าวอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอ โดยต้องการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซและต้องการยุติสงครามถาวร ขณะที่ทรัมป์ล่าสุดระบุว่าข้อเสนอปัจจุบันยังไม่ดีพอแต่ถือเป็นก้าวสำคัญ ภาพรวมจึงทำให้สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนและเสี่ยงสูง โดยเฉพาะหากสหรัฐฯ มีการโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่านจริงตามคำขู่ จะทำให้สถานการณ์สงครามรุนแรงมากขึ้น ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงยืนสูงที่ US$110 ต่อบาร์เรล ส่วนปัจจัยในประเทศวันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อไทย (คาด Headline +0.2% y-y Core +0.7% y-y) ขณะที่ ครม. ล่าสุดเตรียมออกมาตรการประหยัดพลังงานช่วงหลังสงกรานต์ เช่น อาจกำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน และให้ข้าราชการ WFH สัปดาห์ละ 3 วัน ซึ่งจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหมุนเวียนน้อยลงและเห็นผลกระทบอย่างชัดเจนมากขึ้นใน 2Q26 ส่วนมาตรการพยุงเศรษฐกิจและกำลังซื้อติดตามนโยบายคนละครึ่ง รวมถึงการเจรจาโรงกลั่นนำกำไรส่วนเกินมาชดเชยราคาน้ำมัน ภาพรวมยังกดดันและจำกัด Upside ของดัชนี
กลยุทธ์ : Barbell ด้วยหุ้นที่เสี่ยงต่ำจากผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน ผสานกับกลุ่มที่ได้อานิสงส์หากสงครามคลี่คลาย
หุ้นเด่นเดือน เม.ย. : CPALL, CPF, GULF, KTB, PRM
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, MTC, OSP, WHAUP
หุ้นเด่น Finansia 7 เม.ย. 26 : TRUE
- แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 16.59 บาท
- คาดกำไรปกติ 1Q26 อยู่ที่ 6.3 พันลบ. +6% q-q, +45% y-y หนุนจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้นตามจำนวน Subscriber อย่างไรก็ตามคาด blended ARPU ลดลงเล็กน้อย q-q ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง q-q
- หากออกมาตามคาดกำไร 1Q26 คิดเป็นราว 26% ของกำไร consensus ปี 2026 ที่ 2.4 หมื่นลบ. +24% y-y ซึ่งเราคาดว่าประมาณการของตลาดอาจยังมี Upside เพิ่มเติมในอนาคต ปัจจุบัน TRUE ยังซื้อขายที่ PER ราว 20 เท่า ต่ำกว่า ADVANC ที่ 21 เท่า
- แนวรับ 14.20-14 บาท แนวต้าน 14.90//15.60-15.90 บาท
Fund Flow : วานนี้กระแสเงินทุนต่างชาติเบาบาง สุทธิแล้วไหลออกจากภูมิภาค US$107 ล้าน โดยไต้หวันและไทยปิดทำการ ส่วนตลาดที่เปิด เม็ดเงินไหลออกบางๆ ทั้งเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ประเทศละ US$4-48 ล้าน แนวโน้มของกระแสเงินทุนคาดว่ายังคงค่อนไปในทิศทางไหลออกแต่เบาบางต่อเนื่อง โดยตลาดจับตาดูการเจรจาสงครามว่าจะได้ข้อสรุปก่อนเส้นตายโจมตีของทรัมป์เช้าวันพุธตามเวลาไทยหรือไม่
ประเด็นสำคัญวันนี้ :
(0) กลุ่มโรงกลั่น รัฐบาลยังไม่ได้สรุปแนวทางการปรับโครงสร้างค่าการกลั่น แต่จะขอความร่วมมือนำเงินส่วนเกินบางส่วนที่ได้จากการกลั่นน้ำมันในช่วงที่น้ำมันดิบต่ำมาช่วยอุดหนุนราคาน้ำมัน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมารัฐบาลเคยมีแนวทางการปรับโครงสร้างค่าการกลั่นใหม่แต่ยังไม่สามารถทำได้ คาดกำไรสุทธิ 1Q26 ของกลุ่มโรงกลั่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบจะส่งผลให้โรงกลั่นมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ และค่าการกลั่นที่พุ่งสูง ส่วนราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นได้ปรับขึ้นก่อนหน้านี้จากผลบวกของราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นและปัจจุบันได้ย่อลงมา จากความกังวลที่รัฐบาลจะเข้ามาควบคุมค่าการกลั่นได้ อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าราคาหุ้นน่าจะผันผวนตามราคาน้ำมันดิบ ส่วนประเด็นการปรับลดค่าการกลั่นน่าจะเกิดขึ้นยาก ดังนั้นจึงแนะนำแค่เก็งกำไรตามราคาน้ำมัน
(+) กลุ่มยานยนต์ สรุปยอดจองรถงาน Motor Show ครั้งที่ 47 รวม 12 วัน ทำสถิติ 132,951 คัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้มาตรการ EV3.0 จะสิ้นสุดไปแล้วเมื่อ ม.ค. 2026 ค่ายรถจีนยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากกระแสความต้องการ EV จากราคาน้ำมันแพง ปีนี้ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 2 ใน 3 สูงกว่าปี 2025 ที่มีส่วนแบ่งตลาด 56% ขณะที่ค่ายญี่ปุ่นเจ้าตลาดเดิม ส่วนแบ่งตลาดปรับลงมาเป็น 27% ค่ายยุโรปเหลือ 3%
(+) TU คาดกำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 1.16 พันลบ. +15% q-q, +14% y-y โดยคาดรายได้รวม +7% y-y แต่ -9% q-q สาเหตุที่รายได้โต y-y มาจากราคาขายที่สูงขึ้นเป็นหลัก แนวโน้มต้นทุนกำลังปรับขึ้นใน 2Q26 บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาปรับขึ้นราคาต่อเนื่อง เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2026 +11% y-y ราคาหุ้นปรับลงมาราว 10% นับตั้งแต่มีสงคราม ปัจจุบันเทรด PER 10.2 เท่า จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” เชื่อว่าทูน่ายังเป็นที่ต้องการในยามวิกฤติ
(0) SIRI รายงาน presales 1Q26 ที่ 1.1 หมื่นลบ. +18% q-q, -18% y-y แบ่งเป็นแนวราบ 45% และคอนโด 55% ซึ่งคิดเป็น 27% ของเป้าหมายทั้งปี ขณะที่มูลค่าโครงการเปิดใหม่ลดลงสู่ 1.03 หมื่นลบ. -44% q-q, -24% y-y แต่การเติบโต q-q ของ presales ได้แรงหนุนจากกระแสตอบรับที่ดีต่อการเปิดตัวคอนโดใหม่ เราคาดกำไรสุทธิ 1Q26 จะลดลง q-q และทรงตัว y-y แต่หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติคาดลดลง q-q จากฐานสูงใน 4Q25 แต่ฟื้นตัว y-y จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร JV ที่เพิ่มขึ้นจากคอนโด JV ที่สร้างเสร็จใหม่ 2 โครงการ เราคงประมาณการและราคาเป้าหมาย 1.55 บาท แนะนำ “ถือ”
(+) ตลาดดาวโจนส์ ปิดที่ 46,669.88 จุด เพิ่มขึ้น 165.21 จุด หรือ +0.36% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,611.83 จุด เพิ่มขึ้น 29.14 จุด หรือ +0.44% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,996.34 จุด เพิ่มขึ้น 117.16 จุด หรือ +0.54% ขณะที่นักลงทุนจับตาสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ขณะเดียวกันก็ประเมินคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่กล่าวว่าจะยกระดับการโจมตีหากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
(X) ตลาดหุ้นยุโรปปิดทำการในวันจันทร์ เนื่องในเทศกาลอีสเตอร์
(+) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก โดยเคลื่อนไหวตามการปรับตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนวานนี้ และจากความคาดหวังต่อความคืบหน้าในการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
(-) ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย โดยขยับมาอยู่ที่ 32.61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หรือ +0.12%
(+) ราคาน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้น 87 เซนต์ หรือ +0.78% ปิดที่ 112.41 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสะพานทุกแห่งในอิหร่าน หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ ต่างก็ใช้วาทกรรมที่รุนแรงต่อกัน แม้ว่าทั้งสองประเทศกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาทางอ้อมที่อาจนำไปสู่การลดระดับความขัดแย้งก็ตาม
(+) ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 5.00 ดอลลาร์ หรือ +0.11% ปิดที่ 4,684.70 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยนักลงทุนกำลังจับตาสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ก่อนที่จะถึง
กำหนดเส้นตายในวันอังคารนี้ตามเวลาสหรัฐ (7 เม.ย.) ซึ่งเป็นวันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะยกระดับการโจมตีหากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 1,054.42 / +0.33%








