บล.พาย:
BANKING: คาดกำไร 1Q26 ลดลง YoY แต่ฟื้นตัว QoQ (NEUTRAL)
TOP PICK: KBANK KTB
ธนาคารเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจมหภาคที่สูงขึ้น ทั้งจากมาตรการภาษีที่สูงขึ้นของสหรัฐ และปัญหาความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและก๊าซเร่งตัวสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกระทบต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการสูงขึ้น และกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง อย่างไรก็ดี คาดว่าผลกระทบจากสงครามยังไม่ส่งผลอย่างมีนัยต่อการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารใน 1Q26 โดยคาดกำไรสุทธิรวมใน 1Q26 ที่ 57 พันล้านบาท (-6.6% YoY, +12.5% QoQ) ขณะที่ NPL ratio ทรงตัวที่ราว 3.7% สำหรับในปี 2026 เราคาดว่ากำไรสุทธิจะปรับลดลง 2% กดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจาก NIM ที่อ่อนแอต่อเนื่อง และรายได้ที่มีใช่ดอกเบี้ยลดลงจากฐานสูง อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดยาวกระทบต่อราคาน้ำมันดิบเร่งตัวสูงขึ้นยาวนาน การเติบโตของกลุ่มธนาคารอาจมีแรงกดดันมากกว่าคาดได้ คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” จากพื้นฐานแข็งแกร่ง และความน่าสนใจอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง แม้ว่าการเติบโตแนวโน้มชะลอตัวลงในปี 2026 เลือก KBANK KTB เป็นหุ้นเด่น
ความขัดแย้งในตะวันออกลางส่งผลกระทบจำกัดต่อผลการดำเนินงานใน 1Q26
- คาดธนาคาร 9 แห่งจะรายงานกำไรสุทธิรวมใน 1Q26 ที่ 57 พันล้านบาท (-6.6% YoY, +12.5% QoQ) โดยคาดกำไรจะปรับลดลง YoY เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง และกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ลดลง ขณะที่คาดกำไรปรับเพิ่มขึ้น QoQ หนุนจากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานลดลง ทั้งนี้ แม้คาดว่าผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกลางยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยต่อผลการดำเนินงานใน 1Q26 แต่ธนาคารอาจกันสำรองหนี้ฯ พิเศษ (Management overlay) เพิ่มเติมรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในอนาคต
- การประเมินของเรา (1) KTB TISCO กำไรเติบโตทั้ง YoY และ QoQ (2) CREDIT KKP TCAP กำไรสุทธิเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ (3) BBL KBANK SCB กำไรปรับเพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY และ (4) TTB กำไรสุทธิปรับลดลง QoQ และทรงตัว YoY
สินเชื่อชะลอตัว หนี้เสียอยู่ในระดับจัดการได้
- คาดสินเชื่อรวมใน 1Q26 ทรงตัว QoQ ที่ 12.2 ล้านล้านบาท (-0.8% YoY) ชะลอตัวจาก +1.6% QoQ ใน 4Q25 โดยคาดว่า CREDIT KKP KTB TISCO สินเชื่อขยายตัว QoQ ส่วน BBL สินเชื่อทรงตัว แต่ KBANK SCB TCAP และ TTB สินเชื่อปรับลดลง QoQ จากการชำระคืนหนี้
- กลุ่มลูกหนี้ SME และลูกค้าบุคคลมีความอ่อนไหว และอาจได้รับผลกระทบสูงกว่าบริษัทขนาดใหญ่ ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง แต่เพราะสงครามเพิ่งเกิดขึ้นใน 1 เดือน ดังนั้น ธนาคารยังสามารถควบคุมคุณภาพสินเชื่อได้ โดยคาด NPL ratio เฉลี่ยของกลุ่มธนาคารทรงตัว QoQ ที่ 3.7% ใกล้เคียงกับใน 4Q25 ขณะที่ Coverage ratio เฉลี่ยของกลุ่มธนาคารทรงตัวระดับสูงเฉลี่ยที่ 191%
เศรษฐกิจท้าทายมากขึ้น คาดกำไรรวมปี 2026 ปรับลดลง 2% YoY
- ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน เพิ่มความท้าทายสูงขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มธนาคารในปี 2026 เพราะแม้ธนาคารสามารถปรับลดสำรองหนี้ฯ ลงได้ แต่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจาก NIM ที่อ่อนแอต่อเนื่อง และรายได้ที่มีใช่ดอกเบี้ยลดลงจากฐานสูง เราคาดว่ากำไรสุทธิรวมในปี 2026 จะปรับลดลง 2% YoY
- ฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่งทำให้ธนาคารสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนได้ และคงระดับการจ่ายเงินปันผลสูงต่อเนื่อง แม้ความสามารถการทำกำไรจะอ่อนแอลง โดยคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงที่ 6.4% ในปี 2026
คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” KBANK KTB เป็นหุ้นเด่น
คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” เพราะแม้คาดว่าอัตราการเติบโตกำไร และ ROE ปรับลดลงในปี 2026 แต่พื้นฐานของกลุ่มธนาคารยังคงแข็งแกร่ง กอปรกับอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง 6.5% ในปี 2026 ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาหุ้น เลือก KBANK และ KTB เป็นหุ้นเด่นจาก (1) อัตราผลตอบแทนการลงทุน และเงินปันผลรวมกว่า 10% สูงกว่าธนาคารคู่เทียบ (2) อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวลดแรงกดดันต่อ NIM ของธนาคารขนาดใหญ่ และ (3) งบดุลที่แข็งแกร่ง







