บล.ทรีนีตี้:
ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป – TU
คาดกำไร 1Q69 ดีขึ้น แต่ยังต้องติดตามผลกระทบด้านต้นทุน
- คาดกำไร 1Q69 อยู่ที่ 1,172 ล้านบาท ดีขึ้น 16%QoQ และ 15%Yoy
- คาดว่าจะเห็นผลประโยชน์ทางภาษีเป็นปัจจัยหนุนกำไรในไตรมาสนี้
- รายได้อาจปรับตัวขึ้น QoQ โดยหลักมาจากการปรับขึ้นราคาขายอาหารทะเล กระป๋อง และอาหารสัตว์เลี้ยง
- ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะทรงตัว QoQ โดยในส่วนของอาหารทะเลกระป๋องและอาหารสัตว์เลี้ยงได้รับผลบวกจากการปรับราคาขาย แต่อาหารทะเลแช่แข็งอาจลดลงจากฐานสูง
- ยังคงต้องติดตามผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลางที่ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนบรรจุภัณฑ์สูงขึ้น ซึ่งต้องรอดูว่าบริษัทจะปรับขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยได้มากน้อยเพียงใด
คาดกำไร 1Q69 ดีขึ้น QoQ และ YoY
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 1,172 ล้านบาท ดีขึ้น 16%QoQ และ 15%YoY โดยคาดรายไดโต 7%QqQ แต่อ่อนตัว 9%YoY เนื่องจากมีการปรับราคาขายของอาหารทะเลกระป๋องและอาหารสัตว์เลี้ยง เพื่อชดเชยผลกระทบจาก US Tariff ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดทรงตัวจากไตรมาสก่อนที่ 18.3% โดยคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารทะเลกระป๋องดีขึ้น QoQ ส่วนธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงสูง จากการปรับราคาขาย แต่ธุรกิจอาหารทะเลแช่เย็น/แช่แข็งอาจเห็นอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากฐานสูงมาอยู่ที่ระดับปกติ ด้านสัดส่วน SG&A/Sales คาดอยู่ที่ 14.4% เพิ่มขึ้นจาก 13.9% ในไตรมาสก่อน หลังรายได้รวมอ่อนตัวลง ทั้งนี้ในไตรมาสนี้มีผลประโยชน์ทางภาษีทำให้คาดว่าจะมีรายการกลับภาษีราว 312 ล้านบาท
อาจต้องปรับประมาณการกำไรปี 2569 ลง
การสู้รบในตะวันออกกลางส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบหลายรายการปรับตัวขึ้น โดยในส่วนของทูน่าล่าสุดปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ราว 2,000 เหรียญต่อตัน ซึ่งเป็นระดับ New High ในรอบ 3 ปี (ต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดคิดเป็นราว 70% ของต้นทุนสินค้า โดยในส่วนของทูน่าคิดเป็นราว 30%) ซึ่งบริษัทมีสต็อกเดิมพอใช้ได้ถึง 2Q69 ขณะที่ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน (ต้นทุนบรรจุภัณฑ์คิดเป็นราว 11% ของต้นทุนสินค้า) ซึ่งบริษัทมีสต็อกบรรจุภัณฑ์ใช้ได้อีกราว 2 เดือน เมื่อดูแนวโน้มราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่คาดว่ายังคงปรับตัวขึ้น ทำให้มีโอกาสที่เราจะปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 จากเดิมที่คาด 4.7 พันล้านบาท (+2%YoY) ซึ่งเรายังรอดูว่าบริษัทจะสามารถปรับขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่ปรับตัวขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 13.90 บาท อิง PER 12.5 เท่า แม้ว่ามีโอกาสที่เราจะปรับประมาณการกำไรปี 2569 ลง แต่ราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงมาตั้งแต่ต้นปีคาดว่าได้สะท้อนปัจจัยลบไปบางแล้ว เราจึงยังคงคำแนะนำ “ชื้อ”
ความเสี่ยง: ราคาทูน่า / อัตราแลกเปลี่ยน / ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์








