บล.บัวหลวง:
TU ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป: ต้นทุนที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
Highlights
• ราคาปลาทูน่า ซึ่งเราคาดว่าคิดเป็นต้นทุน 20% ของต้นทุนรวม ปรับขึ้นเป็น $US2,000 ต่อตัน หรือ +27% MoM และ +15% YoY เนื่องจากต้นทุนน้ำมันที่ขึ้น กระทบต่อต้นทุนการออกจับปลา ซึ่งบริษัทกำลังเจรจาปรับราคาสินค้ากับลูกค้า
• สำหรับผลการดำเนินงาน 1Q26 เราคาดว่ายังไม่เห็นผลกระทบด้านต้นทุน เนื่องจากยังมีต้นทุนราคาเดิมอยู่ใน 1H26
• เราคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 825 ลบ. +30% YoY และ -11% QoQ ซึ่งถือว่าเป็นระดับกำไรที่ดี ซึ่งจะหนุนจากธุรกิจแช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยง (ITC), เงินบาทอ่อนค่า YoY, และค่าใช้จ่าย transformation cost ลดลง YoY
• อัตราภาษี tariff ปรับลดจาก 19% เป็น 10% ตั้งแต่เดือนมี.ค. ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัท
View From Fundamental
เรามองปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ ราคาปลาทูน่า และต้นทุนบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังมีการปรับอัตราภาษีของสหรัฐฯ, FX และการปรับราคาขายสินค้ากลางปีนี้เป็นต้นไป ดังนั้น ปัจจัยเสี่ยงระยะสั้นยังมีมากสำหรับ TU ทั้งนี้ ภายใต้กลุ่มเกษตรและอาหาร เรายังเลือก BTG และ ITC เป็น top picks








