บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)
Central Plaza Hotel (CENTEL.BK/CENTEL TB)*
ธุรกิจที่มัลดีฟส์เร่งตัวขึ้นช่วยหนุนการชะลอตัวในไทย (Neutral Reinitiate)
Event
เริ่มต้นบทวิเคราะห์อีกครั้งและมุมมองปี 2569
Impact
ยอดจองล่วงหน้าชะลอตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
CENTEL ชี้แจงว่ารายงานรายได้ต่อห้องต่อคืน (RevPAR) ช่วง ม.ค.- ก.พ. 69 ยังเติบโตแข็งแกร่ง (+10% YoY) โดยมีธุรกิจที่มัลดีฟส์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ โมเมนตัมเดือน มี.ค. 69 อ่อนตัวลงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยที่ดูไบ (JV) ได้รับผลกระทบมากที่สุด (อัตราการเข้าพัก (occupancy rate) ต่ำกว่า 30% และ RevPAR ก็ลดลงเป็นเลขถึงสองหลัก) อีกทั้งยอดจองห้องพักล่วงหน้าก็เริ่มชะลอตัว ดังนี้ มัลดีฟส์ (คิดเป็น 9% ของรายได้โรงแรม) เติบโตลดลงอยู่ช่วงเลขสิบกลาง ๆ จากเลขสูงสองหลักก่อนหน้า ส่วนในประเทศไทย (68%) ก็พลิกกลับเป็นติดลบจากอุปสงค์นักท่องเที่ยวระยะไกล (long-haul) ที่อ่อนแอลง ส่งผลเชิงลบต่อโรงแรมต่างจังหวัดด้วย มองไปที่ 2Q69F เราคาดว่ายอดจองที่ไทยและดูไบยังคงอ่อนตัว จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกดดันอุปสงค์และทำให้การฟื้นตัวล่าช้า
ธุรกิจอาหาร: SSSG ชะลอจึงเน้นไปที่การขยายสาขา
อัตราการเติบโตของรายได้ในสาขาเดิม (SSSG) 1Q69 ทรงตัวถึงบวกเล็กน้อย โดยมี KFC และ Mister Donut เป็นตัวนำ แต่ มี.ค. 69 เริ่มอ่อนตัวลงและอาจปิดไตรมาสที่ทรงตัวถึงติดลบเล็กน้อย ขณะที่ เราคาดว่าการบริโภคที่อ่อนแอจะยังคงต่อเนื่องท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยคาด SSSG ทั้งปีนี้จะอยู่ที่ -1% YoY แต่อย่างไรก็ดี คาดว่ารายได้ธุรกิจอาหารจะยังเติบโตได้ราว 2.9% YoY จากการขยายสาขาขึ้นเป็น 1,502 แห่ง (+9% YoY) ซึ่งจะช่วยชดเชย SSSG ที่อ่อนตัวลงได้บ้าง
คาดกำไรหลักปี 2569F จะเติบโต 8% YoY
เราคาดกำไรหลักปี 2569F ที่ 2.09 พันล้านบาท (+8% YoY) และปี 2570F จะเพิ่มเป็น 2.27 พันล้านบาท (+8% YoY) หนุนจากรายได้ปี 2569F เติบโต 6% YoY และปี 2570F เพิ่มขึ้น 7% YoY การเติบโตจะมาจากธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก โดยคาดรายได้โรงแรมจะอยู่ที่ 1.32 หมื่นล้านบาท (+10% YoY) จากการรวมผลการดำเนินงานของมัลดีฟส์เต็มปี โดย RevPAR อยู่ที่ 4,347 บาท (+2% YoY) หนุนจากธุรกิจที่มัลดีฟส์เติบโตดี (+18% YoY) แต่บางส่วนถูกกลบด้วยโรงแรมในไทยที่อ่อนแอลง (-2% YoY) จากอุปสงค์นักท่องเที่ยวระยะไกลชะลอตัว ส่วนรายได้ธุรกิจร้านอาหารคาดว่าจะเพิ่ม 2.9% YoY อยู่ที่ 1.34 หมื่นล้านบาท จากการขยายสาขาซึ่งจะช่วยชดเชย SSSG ที่อ่อนตัวลง ด้านอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะลดลงอยู่ที่ 62% (จาก 62.8% ปี 2568) จากราคาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ขณะที่ รายจ่ายดอกเบี้ยน่าจะลดลงเล็กน้อยตามอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ลดลง แต่ถูกหักล้างบางส่วนด้วยหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจต่อเนื่อง
Valuation & action
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ CENTEL อีกครั้งด้วยคำแนะนำ “ถือ” และประเมินราคาเป้าหมายที่ 38.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA ที่ 10.5x หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต -1SD สะท้อนว่ากำไรระยะสั้นถูกกดดันจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยปัจจุบัน CENTEL ซื้อขายที่ EV/EBITDA ปี 2569F ราว 10x (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต)
Risks
ภาคการท่องเที่ยวชะลอตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกระทบจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติขาเข้า นอกจากนี้ ราคาต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันต้นทุนการดำเนินงาน







