บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
The Erawan Group (ERW.BK/ ERW TB)*
กำไรปี 2569F จะกลับมาเติบโต (Outperform‧Reinitiate)
Event
เริ่มต้นบทวิเคราะห์อีกครั้ง และมุมมองต่อปี 2026
Impact
คาดว่ากำไร 1H69F จะยังเติบโตต่อเนื่อง
ใน 1Q26F แนวโน้มธุรกิจยังคงเติบโต โดย RevPAR เพิ่มขึ้น 4% YoY จาก occupancy rate สูงขึ้นที่ 87% (จาก 83% ใน 1Q68) ในเบื้องต้น 2Q69F พบว่าโมเมนตัมการจองอ่อนตัวลงเล็กน้อย แต่ occupancy ยังสูงอยู่ราว 70% ปลาย ๆ (สูงกว่า 2Q68 ที่ 72%) จากนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (short-haul) เช่น จีนและอินเดียช่วยหนุน โดยรวมแล้ว คาดว่ากำไร 1H69F จะเติบโต YoY
พอร์ตโรงแรมที่หลากหลายลดความเสี่ยง
พอร์ตโรงแรมของ ERW ที่มีความสมดุล ประกอบด้วยกลุ่มโรงแรม 5 ดาว (35%), โรงแรมระดับกลางถึงชั้นประหยัด (40%) และกลุ่ม budget (25%) ช่วยรองรับลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม แม้ว่าการลดลงของนักท่องเที่ยวระยะไกลจะกระทบกลุ่ม luxury บางส่วน แต่การเติบโตของลูกค้าชาวเอเชีย โดยเฉพาะจากจีน (15% ของรายได้) และอินเดีย (5%) ยังคงช่วยหนุนกลุ่มโรงแรมระดับกลางถึงประหยัดได้ ส่วนโรงแรมกลุ่ม budget ที่เน้นอุปสงค์ในประเทศยังช่วยลดผลกระทบโดยรวมและยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโต โดยกลุ่มนี้มีความยืดหยุ่นต่อความผันผวนภายนอกมากกว่า และ ERW ยังได้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้กลุ่มนี้ขึ้นเป็น 36% ภายในปี 2573F ซึ่งจะช่วยดัน EBITDA margin ให้สูงกว่า 35% (จากปัจจุบัน 33%) จากความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งขึ้น
กำไรหลักช่วงปี 2569F-71F จะเติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี
ปัจจุบัน เราคาดกำไรช่วงปี 2569F-71F ที่ 910 ล้านบาท (+8% YoY), 985 ล้านบาท (+8% YoY) และ 1.13 พันล้านบาท (+16% YoY) ตามลำดับ การที่กำไรเติบโตดีหนุนจากรายได้โรงแรมปี 2569F ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% YoY อยู่ที่ 8.1 พันล้านบาท นำโดยการขยายกลุ่มโรงแรม Hop Inn ขณะที่ กลุ่มโรงแรมชั้นประหยัด-กลุ่มโรงแรม 5 ดาวคาดว่าจะมีรายได้รวมราว 5.9 พันล้านบาท (+1% YoY) โดย RevPAR เพิ่มขึ้น 2% ที่ 2,627 บาท ขณะที่ คาดว่ากลุ่มโรงแรม budget จะเติบโตอยู่ที่ 2.27 พันล้านบาท (+15% YoY) จากจำนวนห้องพักเพิ่มขึ้นเป็น 8,800 ห้อง และ 10,000 ห้องภายในปี 2571F (จาก 7,800 ห้องปัจจุบัน) ในแง่อัตรากำไรขั้นต้นคาดลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 58.2% (จาก 58.7% ปี 2568) ขณะที่ คาด EBITDA margin เพิ่มเป็น 34.2% (จาก 33%) จากสัดส่วนโรงแรมกลุ่ม Hop Inn ที่มากขึ้น ทางด้านค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยคาดลดลง 4% YoY จากต้นทุนการเงินที่ลดลงเหลือ 3.4% (จาก 3.5% ในปี 2568)
Valuation & action
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ ERW อีกครั้งด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินราคาเป้าหมายที่ 3.20 บาท อิงจาก EV/EBITDA ปี 2569F ที่ 9x ขณะที่ ปัจจุบันหุ้น ERW ซื้อขายที่ EV/EBITDA และ PBV (ปี 2569F) ราว 8.7x และ 1.3x PBV ตามลำดับ หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ -1SD ทั้งนี้ เราเชื่อว่าราคาหุ้นล่าสุดที่อ่อนตัวลงได้สะท้อนความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ไปแล้ว
Risks
การแข่งขันสูงและความสามารถในการทำกำไรลดลง ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจของคู่ค้า (vendors) การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงจากต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น







