บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

SAPPE (SAPPE TB)

ต้นทุนใหม่จะเริ่มสูงขึ้นเดือน เม.ย.

  • แนวโน้ม 1Q26 ฟื้นตัวดีทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น เพราะต้นทุนยังไม่ขึ้น
  • จะเริ่มถูกกระทบจากสงครามตั้งแต่เดือน เม.ย. จากราคาพลาสติกปรับขึ้นแรง
  • หากปรับขึ้นราคาไม่ทัน จะเป็น Downside ต่อกำไรของเรา

คาด 1Q26 ยังฟื้นดี สงครามยังกระทบจำกัด

คาดกำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 238 ลบ. (+96.3% q-q, +6.5% y-y) ฟื้นตัวได้ดี เพราะยังถูกกระทบจากสงครามจำกัด อาจมีเพียงรายได้ตะวันออกกลาง (-13.3% q-q, +6.3% y-y) ที่เริ่มมีปัญหาขนส่งเดือน มี.ค. ขณะที่ภูมิภาคอื่น ๆ ยังส่งออกได้ตามปกติ โดยคาดเอเชียฟื้นได้ดี (+15.0% q-q, +8.0% y-y) เพราะช่วงรอมฎอน และอเมริกา (+3.1% q-q, +71.6% y-y) หลังปรับขึ้นราคาขายสะท้อน US tariff ขณะที่คาดยุโรป +77.7% y-y เพราะฐานต่ำปีก่อน (แต่น่าจะ -10.7% q-q ตามฤดูกาล) และคาดรายได้ในประเทศ +2.6% q-q, -9.0% y-y เพราะราคามะพร้าวลดลง แต่หากไม่รวม All Coco คาดยังโต y-y ได้

อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นดี แต่อาจเป็นจุดสูงสุดของปีนี้

ใน 1Q26 ยังใช้ต้นทุนราคาต่ำ กอปรกับอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น สามารถหักล้างผลลบของบาทแข็งค่าได้ทั้งหมด จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นแรงเป็น 46.0% จาก 43.5% ใน 4Q25 และสูงใกล้เคียง 1Q25 ถือเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี แต่อาจเป็นจุดสูงสุดของปีนี้ ขณะที่คาดค่าใช้จ่ายจะลดลง q-q ตามฤดูกาล จึงคาด SG&A to sales อยู่ที่ 25.5% ลดจาก 32.7% ใน 4Q25 และใกล้เคียง 25.3% ใน 1Q25 หากกำไร 1Q26 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็น 28.3% ของประมาณการทั้งปี

จะเริ่มถูกกระทบจากสงครามใน 2Q26

ราคาพลาสติกตลาดโลกกำลังปรับสูงขึ้น จากผลกระทบของสงคราม โดยอ้างอิงราคา Polyethylene (Southeast Asia) เดือน เม.ย. อยู่ที่ USD1,530/ตัน (+19.7% m-m, +55.3% y-y) ทำจุดสูงสุดในรอบ 4 ปี มีความเป็นไปได้ที่จะทรงตัวสูงเช่นนี้ตลอดทั้งไตรมาส จะทำให้ราคา PET 2Q26 ปรับขึ้น 52.0% q-q, 61.0% y-y และคาดจะเริ่มกระทบต้นทุน SAPPE ตั้งแต่เดือน เม.ย. เป็นต้นไป ปัญหาหลักตอนนี้ไม่ใช่เพียงราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ ปัจจุบันบริษัทซื้อล่วงหน้าพอใช้ถึงเดือน พ.ค. และกำลังทยอยจัดหาให้เพียงพอต่อไป ขณะที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณาปรับขึ้นราคาในระยะถัดไป โดยดูผู้ประกอบการรายอื่นในตลาดด้วย ยังระบุไม่ได้ว่าจะปรับขึ้นทันต้นทุนใน 2Q26 หรือไม่

ยังแนะนำ ถือ ติดตามสถานการณ์ต่อไป

เราคงประมาณการกำไรปี 2026 ไว้ที่ 842 ลบ. (+8.5% y-y) ภายใต้สมมติฐานรายได้ตะวันออกกลางหายไปตั้งแต่เดือน มี.ค. เป็นต้นไป และรวมผลกระทบต้นทุนสูงขึ้นราว 1 ไตรมาส อย่างไรก็ตาม ยังมี Downside จากแนวโน้มต้นทุนที่สูงขึ้นกว่าคาด และยาวนานกว่าคาด จากการทำ Sensitivity กรณีต้นทุนน้ำมันและ PET Resin ปรับขึ้นทุก 10% จะกระทบกำไร 5.8%

- Advertisement -