บล.เอเซีย พลัส:
HELTH รพ.ประกันสังคมมีความได้เปรียบกลุ่มฯ (Neutral)
Flash Points
• นายกสมาคม รพ.เอกชน ระบุว่าจำนวนผู้ป่วยชาวไทยที่เข้ารับบริการ รพ.เอกชนลดลง 10-20% โดยเฉพาะกลุ่มที่ชำระค่ารักษาเป็นเงินสด จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับช่วงฤดูร้อนและปิดภาคเรียนที่มีการแพร่ระบาดของโรคน้อย ทำให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่าย และหันกลับไปใช้สิทธิการรักษาของตนเองมากขึ้น (เช่น สิทธิบัตรทอง, ประกันสังคม) ขณะเดียวกัน รพ. ที่พึ่งพาผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะตะวันออกกลาง เผชิญข้อจำกัดด้านการเดินทางและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยต่างชาติลดลงอย่างชัดเจน
Impact Insight
• ภาพเป็นลบต่อกลุ่ม รพ. ที่พึ่งพาผู้ป่วยเงินสดเป็นหลัก เช่น BH และ PR9 จากความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับแนวโน้มที่บริษัทประกันมีความเข้มงวดในการอนุมัติการเคลมมากขึ้น ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง เริ่มได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามอย่างชัดเจน บวกกับต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยจากหลายภูมิภาคชะลอหรือเลื่อนแผนการรักษาออกไป สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยว Long Haul เดือน มี.ค. ที่ปรับลดลงเมื่อเทียบปีก่อน นำโดยตะวันออกกลาง ลดลง 33% YoY, ยุโรป หดตัว 4% YoY และอเมริกาลดลง 2% YoY ซึ่งมีแนวโน้มอ่อนตัวต่อเนื่องในระยะถัดไป อย่างไรก็ดีสถานการณ์ดังกล่าวกลับเอื้อต่อกลุ่ม รพ. ที่มีโครงสร้างฐานผู้ป่วยหลากหลาย ทั้งกลุ่มลูกค้าเงินสดและประกันสังคม เช่น BCH ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยเงินสดและประกันสังคมที่ 65% และ 35% ตามลำดับ รวมถึง BDMS แม้มีสัดส่วนรายได้ประกันสังคมเพียงราว 3% ของรายได้ รพ. แต่ด้วยเครือข่าย รพ. ที่ครอบคลุมหลายระดับราคาและกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย โดยบางส่วนอาจใช้สิทธิประกันสังคมเป็นฐานก่อน และเพิ่มเติมค่าใช้จ่ายด้วยเงินสดเมื่อจำเป็น ส่งผลให้ผลประกอบการได้รับผลกระทบจำกัดมากกว่า รพ. ที่พึ่งพาผู้ป่วยเงินสดเพียงอย่างเดียว
Execution
• คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มการแพทย์ “เท่าตลาด” เลือก BCH เป็น Top pick จากผลกระทบสงครามอิหร่านอยู่ในระดับจำกัด, โอกาสการปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคมหลังตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ และความคืบหน้าของผู้ป่วยรัฐสวัสดิการคูเวต (GOP) ที่ชัดเจนกว่ากลุ่ม ประเมินราคาเหมาะสมอิง DCF ที่ 13.00 บาท







