บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Quality Houses (QH.BK/QH TB)*
ประมาณการ 1Q69F: จะเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ
Event
ประมาณการ 1Q69F และแนวโน้มพรีเซล (ยอดจอง)
Impact
คาดพรีเซล 1Q69F ทรงตัว YoY แต่ลดลง QoQ
เราประเมินพรีเซล 1Q69F ของ QH ที่ 1.23 พันล้านบาท (ทรงตัว YoY และ -17% QoQ) โดยคาดพรีเซลโครงการแนวราบลดลงทั้ง QoQ และ YoY อยู่ที่ 975 ล้านบาท ส่วนพรีเซลโครงการคอนโดฯ คาดแย่ลง 44% QoQ เหลือ 260 ล้านบาท หากพรีเซล 1Q69F เป็นตามเราคาด จะคิดเป็น 17% ของประมาณการทั้งปีนี้ของเราที่ 7.2 พันล้านบาท ทั้งนี้ โครงการที่อยู่อาศัย 1 แห่งมูลค่า 1.4 พันล้านบาทคาดว่าจะเลื่อนไปเปิดใน 2H69 (จากเดิมใน 4Q68)
คาดกำไร 1Q69F จะเติบโต YoY แต่อ่อนตัวลง QoQ
เราคาดรายได้รวม 1Q69F ที่ 1.6 พันล้านบาท (+19% YoY) จากฐาน 1Q68 ต่ำ โดยรายได้จากการขายอสังหาจะเติบโตเด่น 25% YoY จากการรับรู้ยอดขายใน backlog มูลค่า 418 ล้านบาท และคาด gross margin ฟื้นตัวที่ 25-26% ส่วนรายได้ค่าเช่าและบริการคาดเพิ่มขึ้น 6% YoY ตาม high season แต่คาดส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (equity-accounted income) ที่ 440 ล้านบาท (-12% YoY) ผลจากแนวโน้มกำไรของ Home Product Center (HMPRO.BK / HMPRO TB) ชะลอตัว ดังนั้น กำไรสุทธิ 1Q69F คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6% YoY อยู่ที่ 427 ล้านบาท (คิดเป็น 25% ของประมาณการทั้งปี 2569F ของเรา) อย่างไรก็ตาม คาดว่าทั้งรายได้และกำไรสุทธิ 1Q69F จะลดลง QoQ จากฐาน 4Q68 สูง
คงประมาณการกำไรทั้งปี 2569F
เรายังคงประมาณการรายได้ปี 2569F ที่ 7.4 พันล้านบาท (-3% YoY) โดยคาดว่ารายได้จากการขายอสังหาจะลดลง 5% YoY และ คาด gross margin ราว 25-26% แต่คาดส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกทรงตัวที่ 1.8 พันล้านบาทปีนี้ ด้วยจำนวนโครงการเปิดใหม่ปีนี้มีเพียง 1 แห่ง ดังนั้น แนวโน้มพรีเซลและกำไรจึงไม่น่าตื่นเต้น มองข้ามไปปี 2570F เราคาดกำไรสุทธิจะโต 7% YoY อยู่ที่ 1.8 พันล้านบาทจากปี 2569F ที่ 1.67 พันล้านบาท บนสมมติฐานที่ดอกเบี้ยจ่ายลดลงและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกฟื้นตัว
Valuation & Action
เรายังคงประเมินว่า EBT ปี 2568-70Fของบริษัทจะยังติดลบและกำไรส่วนใหญ่จะมาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทลูก (ตามวิธีส่วนได้เสีย) ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ “ขาย” QH ราคาเป้าหมาย 1.15 บาท โดยมองว่า QH ควรซื้อขายที่ discount จากการขาดปัจจัยหนุนการเติบโตและการรับรู้กำไรในระยะยาว (earnings visibility) จำกัด โดยที่ QH ได้ประกาศจ่าย DPS งวดสุดท้ายของปี 2568 ที่ 0.07 บาท (XD: 27 เม.ย. 69) คิดเป็น yield ราว 5% ขณะที่ เราคาด DPS ปี 2569F-70F ที่ 0.10 บาทต่อปี หรือคิดเป็น dividend yield สูงราว 7%
Risks
ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ ความหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล มาตรการปล่อยสินเชื่อเข้มงวดขึ้นท่ามกลางการยืดหนี้สินในระดับสูงของภาคครัวเรือน รวมทั้ง การขึ้นอัตราค่าแรงงานขั้นต่ำ








