บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
C.P. All (CPALL.BK/CPALL TB)*
ผลการดำเนินงานน่าจะยังฟื้นตัวได้แม้การจับจ่ายใช้สอยจะเปราะบาง (Outperform‧Maintained)
Event
เราคาดว่ากำไรสุทธิรวมบริษัทในเครือของ CPALL ใน 1Q69F จะอยู่ที่ 8.1 พันล้านบาท (+7% YoY, +12% QoQ) จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVs) ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าผลการดำเนินงานที่อ่อนแอลงของ CP Axtra (CPAXT.BK/CPAXT TB)
Impact
SSSG โดดเด่นในไตรมาสแรก
ต่างจาก CPAXT ที่ได้อานิสงส์จากการตุนสต็อกใน 1Q69F เราคาดว่าผลการดำเนินงานของ CPALL จะยังดีอยู่จาก i) มีการจัดกิจกรรมอย่างเช่นการเลือกตั้ง และ เทศกาลตรุษจีน ii) การขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (จาก 11.00 น. ถึง เที่ยงคืน จากเดิม 11.00 น. – 14.00 น. และ 17.00 น. ถึงเที่ยงคืน โดยมีผลตั้งแต่ 3 ธันวาคม 2568- 31 พฤษภาคม 2569) และ iii) หน้าร้อนมาเร็ว และ อุณหภูมิที่ร้อนขึ้นมีน้ำหนักมากกว่าภาวะของการจับจ่ายใช้สอยที่อ่อนแอ โดยที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 51.8 (Figure 2) ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังแผ่ว (จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในงวด 3M69 ลดลง 2% YoY อยู่ที่ 9.3 ล้านคน; Figure 5) ดังนั้น เราจึงคาดว่า SSSG ของธุรกิจ CVS จะโดดเด่นอยู่ที่ +1.5% ใน 1Q69F (ดีกว่า CPAXT ซึ่ง SSSG ของธุรกิจ B2B +1% และ ของ B2C ทรงตัว)
อัตรากำไรดี
การวางจำหน่ายสินค้าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารพร้อมทาน และ เครื่องดื่มพร้อมดื่มน่าจะช่วยให้ margin ของสินค้าในธุรกิจ CVs เพิ่มขึ้น 10bps (กลุ่มอาหารอยู่ที่ 27.5% และ กลุ่มที่ไม่ใช่อาหารอยู่ที่ 29.4%) อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าอัตรากำไรที่ลดลงของ CPAXT จะฉุดให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมบริษัทในเครือใน 1Q69F อยู่ที่ 22.7% (-10bps YoY, +20bps QoQ) ในขณะที่การดำเนินกลยุทธ์วางจำหน่ายสินค้าใหม่ และ แคมเปญทางการตลาดน่าจะช่วยหนุนให้ EBIT margin อยู่ที่ 5.8% และ หนุนให้อัตรากำไรสุทธิ (net margin) อยู่ที่ 3.2% ใน 1Q69F
หน้าร้อนที่มาเร็ว และ อุณหภูมิที่ร้อนขึ้นจะช่วยหนุนกำไรใน 2Q69F
เราคาดว่าฤดูร้อนที่มาเร็ว, อุณหภูมิที่สูงขึ้นในปีนี้ และ เทศกาลวันหยุดน่าจะช่วยหนุนอุปสงค์ใน 2Q69 ทำให้ผลการดำเนินงานประคองตัวได้ในช่วงที่สภาวะของการจับจ่ายใช้สอยเปราะบาง (จากยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จอยู่ที่ 88 บาทในปี 2568) ทั้งนี้ ยอดขายเครื่องดื่มคิดเป็น ~20% ของยอดขายรวมในธุรกิจ CVs ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างเช่น ต้นทุน logistic cost (2% ของยอดขาย) หรือ ต้นทุนสาธารณูปโภค (2% ของยอดขาย) น่าจะยังคุมได้อยู่ ดังนั้น เราจึงคาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q69F น่าจะยังเพิ่มขึ้น YoY
Valuation & action
เรายังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ไว้ที่ 59.00 บาท อิงจาก PER ที่ 18.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก -2.0 S.D) เราคาดว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจ CVs น่าจะยังประคองตัวได้ดีจากการเสนอขายสินค้าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ยังต้องติดตามภาวะของการจับจ่ายใช้สอย ในขณะเดียวกัน ราคาหุ้น CPALL คิดเป็น PER เพียง 14X ถูกกว่าหุ้น CPAXT ซึ่ง PER อยู่ที่ 17X ทั้งนี้ เนื่องจากยังเหลือ upside อีก 25% และ โมเมนตัมมีแนวโน้มจะดีใน 2Q69F เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัว, ขยายสาขาร้านในช้ากว่าที่คาดไว้, disruption จากเทคโนโลยีใหม่, ถูกยกเลิกเครื่องหมายการค้า 7-Eleven, ความเสี่ยงด้าน logistic








