บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

NEO CORPORATE (NEO TB)

ถือเป็นอีกปีที่หนักสำหรับ NEO

  • รายได้ในประเทศ 1Q26 ยังดี แต่ลูกค้าต่างประเทศชะลอคำสั่งซื้อแล้ว
  • ต้นทุนเริ่มปรับขึ้นในเดือน เม.ย. รอติดตามการลดค่าใช้จ่ายอย่างหนัก เพื่อเลี่ยงการขาดทุน
  • ปรับคำแนะนำเป็นชะลอการลงทุนไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

สงครามเริ่มกระทบในเดือน มี.ค.

คาดกำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 85 ลบ. (-48.7% q-q, -66.6% y-y) แม้คาดรายได้ในประเทศจะยังเติบโตได้ 12.0% y-y (แต่ -3.5% q-q ตามฤดูกาล) แต่เริ่มถูกกระทบจากสงคราม หลังเวียดนามและลาวปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. ทำให้กำลังซื้อหยุดชะงัก ส่งผลให้ distributor ชะลอการสั่งซื้อ จึงคาดรายได้ส่งออกจะลดลงแรง -33.4% q-q, -40.4% y-y คาดอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 37.5% เพิ่มขึ้นจาก 35.9% ใน 4Q25 เพราะต้นทุนวัตถุดิบปรับลดลง (อิง CPKO 4Q25 -5.2% q-q, +11.6% y-y) แต่ด้วย product mix และค่าเสื่อมสูงขึ้น ทำให้ยังลดลงจาก 41.8% ใน 1Q25 ขณะที่คาดค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เพราะมีการออกสินค้าใหม่

แนวโน้ม 2Q26 น่าเป็นห่วง

ภาพรวม 2Q26 ไม่สดใส เพราะจะเริ่มรับรู้ต้นทุนที่สูงขึ้นตั้งแต่เดือน เม.ย. นำโดย CPKO ที่ซื้อใน 1Q26 +9.0% q-q, +17.1% y-y กอปรกับบรรจุภัณฑ์พลาสติก คาดราคาปรับตัวขึ้นราว 20-30% y-y (ยังปรับช้ากว่าราคา PE ตลาดโลกที่ +52.0% q-q, +61.0% y-y) โดย NEO มีต้นทุนบรรจุภัณฑ์ราว 30% ของต้นทุนทั้งหมด กอปรกับคาดรายได้ส่งออกยังไม่กลับมาฟื้นใน 2Q26 แม้ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีการปรับขึ้นราคา แต่เริ่มลดการทำโปรโมชั่น (ช่วยดึงราคาต่อหน่วยขึ้นได้), ชะลอการออกสินค้าใหม่ และลดค่าใช้จ่ายขายและบริหารลงอย่างหนัก อาจเพียงพอที่จะลดผลกระทบของต้นทุนที่สูงขึ้น และทำให้ 2Q26 ไม่แย่ถึงขั้นขาดทุน ขณะที่ยังรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้

ปรับลดกำไรปี 2026 เป็นชะลอตัว จากแรงกดดันต้นทุน

เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2026 ลง 33% เป็น 425 ลบ. (-24.3% y-y) โดยคาดสถานการณ์ต้นทุนน่าจะเริ่มทรงตัวใน 3Q26 และคาดหวังการทยอยปรับลงในระยะถัดไป ขณะที่เราเชื่อว่าจะเริ่มเห็นการปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคในตลาดตั้งแต่ 2Q26 แม้สินค้าแชมพู ยาสระผม สบู่ น้ำยาล้างจาน ถูกจัดเป็นสินค้าควบคุม แต่ยังสามารถขออนุมัติปรับขึ้นราคาได้ โดยต้องแจกแจงต้นทุน และใช้เวลาพิจารณา 15 วัน หากสามารถปรับขึ้นราคาได้ อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง ทั้งนี้เราคาดหวังรายได้กลับมาฟื้นตัวใน 3Q26 หลังสต็อกของลูกค้าในต่างประเทศหมดลง

แนะนำชะลอการลงทุน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 18.5 บาท (อิง PE เดิม 13x, คิดเป็น 1.03x PBV) ถือเป็นอีกปีที่หนักสำหรับ NEO จากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก จึงปรับเรทติ้งเป็น ถือ โดยแนะนำชะลอการลงทุนไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เราเชื่อว่าผลการดำเนินงานจะกลับมาฟื้นตัวได้เร็ว ด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และรักษาความเป็นผู้นำในตลาดได้อย่างสม่ำเสมอ บริษัทจะขึ้น XD เงินปันผล 1.35 บาท/หุ้น วันที่ 5 พ.ค. คิดเป็น yield 7%

- Advertisement -