บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

SIAM CEMENT (SCC TB)

Spreads หนุนการฟื้นตัว

  • ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากการหยุดชะงักของอุปทานโลก หนุนแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
  • การดำเนินงานยังคงแข็งแกร่งแม้ ROC หยุดผลิต โดยมีวัตถุดิบรองรับในระยะสั้นเพียงพอและไม่กระทบปริมาณขายอย่างมีนัยสำคัญ
  • คาด spread ทรงตัวสูงต่อเนื่อง หนุนการเพิ่มประมาณการและคำแนะนำ “ซื้อ”

การหยุดชะงักของอุปทานและการบริหารความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ

หลังจาก SCGC ประกาศ Force majeure หยุดเดินโรงงาน ROC (ระยองโอเลฟินส์) ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. 2026 และยังกังวลว่าจะไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบแนฟทาได้อย่างเพียงพอ ปัจจุบัน ROC ยังคงหยุดดำเนินการ แต่ SCGC สามารถจัดหาแนฟทาจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช้เส้นทางช่องแคบ Hormuz ได้เพียงพอถึงประมาณเดือน มิ.ย. หลังจากนั้นแม้ยังมีความไม่แน่นอน แต่เราเชื่อว่าทั้ง MOC และ LSP จะยังดำเนินการผลิตได้ต่อไป เพราะเชื่อว่าสงครามตะวันออกกลางไม่น่ายืดเยื้อไปถึงครึ่งปีหลัง

Supply shock หนุนส่วนต่างราคาปิโตรเคมี

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้เปลี่ยนภาวะตลาดจากอุปทานล้นตลาดเป็นภาวะขาดแคลน โดยมีการประกาศ force majeure จากผู้ผลิตหลายราย ส่งผลให้อุปทานโลกหายไปราว 15–20% (>40 ล้านตันต่อปี) หนุนให้ส่วนต่างราคา HDPE ปรับขึ้นสู่ราว USD500/ตัน ในช่วงต้นเดือน เม.ย. (เทียบกับ USD308/ตัน ใน 4Q25 และ USD320–340/ตัน ในช่วงปี 2023–25) แม้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง การฟื้นตัวของอุปทานจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเราคาดว่า spread จะชะลอลงใน 2H26 แต่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

คาดกำไร 1Q26 แข็งแกร่งจาก spreads ที่กว้างขึ้นและกำไรสต็อก

เราคาดกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 4.6 พันล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 3.7 ล้านบาทใน 4Q25 และเพิ่มขึ้น 320.9% y-y จากกำไรสต็อกประมาณ 3 พันล้านบาท และกำไรปกติที่ดีขึ้นมากเป็น 1.6 พันล้านบาท จากขาดทุนจากการดำเนินงาน 79 ล้านบาทใน 4Q25 และเพิ่มขึ้น +36.9% y-y แม้ ROC จะหยุดผลิตเกือบ 1 เดือนในเดือน มี.ค. แต่มีสต็อกพร้อมขาย ปริมาณการขายของปิโตรเคมีจึงไม่สะดุด ในขณะที่ spread ของ HDPE ที่สูงขึ้นในเดือน มี.ค. ทำให้ spread เฉลี่ยใน 1Q26 +5% q-q และ +1% y-y เป็น USD324 ต่อตัน ส่วน spread ของ PP +10% q-q แต่ -13% y-y เป็น USD285 ต่อตัน ชดเชยภาระค่าใช้จ่ายคงที่ของ ROC ที่หยุดผลิตเดือนละประมาณ 150 ล้านบาทได้

ปรับเพิ่มประมาณการและราคาเป้าหมาย

ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีใน 2Q26 ไม่น่าจะต่ำกว่า 1Q26 และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงใน 2H26 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปกติของ SCC ในปี 2026-28 ขึ้น 28%/11%/3% ตามลำดับ จากการปรับเพิ่ม Chemical spread ขึ้นจากเดิม 10-15% ทำให้กำไรปกติปี 2026 เพิ่มเป็น 11.5 พันล้านบาท (+134.6% y-y) และ +23.2% y-y เป็น 14.3 พันล้านบาทในปี 2027 เราเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 250 บาท (SOTP) ซึ่งคิดเป็น 2026E Implied P/BV เพียง 0.9x เราปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากเดิมถือ

- Advertisement -