บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

SCG DECOR (SCGD TB)

Cost support 1Q26 profit; demand weak

  • คาดกำไรสุทธิ 1Q26 จะฟื้นตัวทั้ง q-q และ y-y จากค่าใช้จ่ายที่ลดลง ขณะที่ยอดขายยังอ่อนตัวตามอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอ
  • คาดยอดขาย 2Q26 จะปรับลดลงตามปัจจัยฤดูกาล โดยแรงกดดันด้านต้นทุนจากสงครามยังไม่สะท้อนเต็มที่ ขณะที่การปรับขึ้นราคาสินค้าเริ่มตั้งแต่เดือน เม.ย.
  • ปรับลดประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายเป็น 5.20 บาท และปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ

ยอดขาย 1Q26 คาดชะลอลงจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ

เราประเมินยอดขายรวม 1Q26 ของ SCGD ที่ 5.4 พันล้านบาท (+1% q-q, -10% y-y) นับเป็นไตรมาสที่ 11 ติดต่อกันที่ยอดขายหดตัว y-y โดยแรงกดดันหลักยังมาจากประเทศไทย (65% ของรายได้รวม) ซึ่งคาดว่ายอดขายจะฟื้นตัวเล็กน้อย q-q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ยังคงหดตัว y-y จากอุปสงค์ที่อ่อนแอท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ยอดขายส่งออกคาดว่าจะลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะไปยังกัมพูชา ซึ่งเผชิญปัญหาชายแดน และเมียนมา ที่อุปสงค์ชะลอตัว ขณะที่เวียดนาม (25% ของรายได้รวม) คาดว่าจะเติบโต y-y จากทั้งปริมาณส่งออกและอุปสงค์ในประเทศ อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินดองเวียดนามจะส่งผลให้รายได้เมื่อแปลงเป็นเงินบาทลดลง

คาดกำไร 1Q26 ฟื้นตัวจากค่าใช้จ่ายที่ลดลง

เราคาดกำไรสุทธิ 1Q26 ฟื้นตัว 22% q-q และ 6% y-y เป็น 229 ล้านบาท โดยการลดลงของยอดขายคาดว่าจะถูกชดเชยด้วยการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น 1Q26 ของ SCGD จะทรงตัวที่ 26.7% ขณะที่สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายคาดจะลดลงเป็น 21.9% (เทียบกับ 22.5% ใน 4Q25) จากการควบคุมต้นทุนที่ดีและการปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินคาดว่าจะลดลงตามอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและภาระหนี้ที่ลดลง

ยอดขาย 2Q26 มีแนวโน้มอ่อนตัว ส่วนผลกระทบด้านต้นทุนยังจำกัด

ใน 2Q26 ยอดขายในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงจากช่วง low season และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้จะมีการฟื้นตัวของอุปสงค์ในช่วงครึ่งหลังของเดือน มี.ค. โดยเฉพาะจากผู้รับเหมาและลูกค้าในต่างจังหวัด แต่มองว่าเป็นเพียงชั่วคราวจากการเร่งปิดโครงการและความกังวลต่อการปรับขึ้นราคา ส่วนเวียดนาม เรายังคงเห็นอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในช่วงที่อินเดียเผชิญข้อจำกัดด้านก๊าซ สำหรับแนวโน้มต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เราคาดว่า SCGD จะยังไม่ได้รับผลกระทบมากนักใน 2Q26 เนื่องจากราคาก๊าซอ้างอิงราคาน้ำมันด้วย lag ประมาณ 3 เดือน ขณะที่บริษัทได้ประกาศปรับขึ้นราคาขายราว 5% มีผลตั้งแต่กลางเดือน เม.ย. เพื่อชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุน ส่วนต้นทุนขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันได้ถูกส่งผ่านไปยังลูกค้าแล้ว

ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 5.20 บาท และคำแนะนำเป็น ถือ

จากยอดขายที่อ่อนแอกว่าคาด เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2026–2028 ลง 15% โดยปัจจุบันคาดกำไรปี 2026 จะทรงตัว y-y ที่ 943 ล้านบาท เราปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 5.20 บาท (อิง P/E ที่ 9 เท่า) และปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จาก upside ที่จำกัด เรายังคงระมัดระวังต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นใน 2H26 ขณะที่อุปสงค์ที่อ่อนแออาจจำกัดความสามารถของบริษัทในการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า

- Advertisement -