บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):

Bluebik Group (BBIK TB)

ยังแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะสงครามจากอุปสงค์ที่สะสม AI และคลาวด์

สงครามตะวันออกกลางไม่กระทบ คงคำแนะนำ “ซื้อ”

นับตั้งแต่เกิดสงครามในตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ราคาหุ้น BBIK ปรับตัวลดลง 12% (เทียบกับ SET Index ที่ -3%) แม้ว่าจะยังไม่มีผลกระทบต่อการชนะงานและการประมูลงานของบริษัทในเดือน มี.ค. 2569 เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายด้วยวิธี DCF ที่ 28.20 บาท (ไม่เปลี่ยนแปลง) จากการคาดการณ์กำไรหลักปี 2569 เติบโต 12% หนุนโดยอุปสงค์ที่สะสม (pent-up demand) รวมถึงโครงการด้าน AI และคลาวด์ ปัจจุบัน BBIK ซื้อขายที่ P/E ล่วงหน้า 1 ปี เพียง 10 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 4.6 ปีที่ 30 เท่า ถึง 1.5 SD ปัจจัยกระตุ้นการ re-rating ได้แก่ 1) กำไร 1Q69 แข็งแกร่ง (+12% YoY) และ 2) ดีล JV และ M&A ใหม่

โมเมนตัมอุปสงค์ยังแข็งแกร่งต่อเนื่องใน 1Q69

BBIK ยังคงเห็นความต้องการใช้บริการที่แข็งแกร่งใน 1Q69 แม้มีความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ปัจจัยขับเคลื่อนรายได้มาจากโครงการที่เลื่อนจากช่วง เม.ย.-ส.ค. 2568 (จากความไม่แน่นอนของสงครามการค้า) และการลงทุน (capex) ที่ลูกค้าจำเป็นต้องทำ เช่น ธนาคารไร้สาขา (virtual banks) ต้องเร่งลงทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพื่อเริ่มดำเนินงานกลางปี 2569 อีกทั้งธนาคารแบบดั้งเดิมที่มีการใช้งานใกล้เต็มศักยภาพจำเป็นต้องขยายระบบ IT เพื่อรองรับปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ จากความต้องการที่แข็งแกร่งในช่วง 4Q68–1Q69 ทำให้เราคาดกำไรหลัก 1Q69 (ประกาศ 12 พ.ค.) ที่ 81 ล้านบาท (+12% YoY, -36% QoQ)

โอกาสเติบโตจาก AI และคลาวด์ในปี 2569

เราคาดกำไรหลักปี 2569 เติบโต 12% โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนของลูกค้าที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และบริการใหม่ เช่น AI และคลาวด์ การใช้งาน AI หลัก ๆ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน (เครื่องมือบริหารทรัพยากร), การคาดการณ์ความคุ้มค่าต้นทุน และการนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบเฉพาะบุคคล ขณะที่การย้ายการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลไปยังคลาวด์ จะได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย (ช่วยลด latency และรองรับข้อกำหนดด้านที่ตั้งข้อมูล)

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรช่วยหนุนการเติบโต

เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นปี 2569 ที่ 50.4% เพิ่มขึ้นจาก 50.0% ในปี 2568 เนื่องจากการใช้ทรัพยากรบุคคล (staff utilisation) ที่สูงขึ้น จะทำให้รายได้เติบโตเร็วกว่าต้นทุนพนักงาน โดยประสิทธิภาพการทำงานสามารถปรับปรุงได้ผ่าน 1) การติดตามและวางแผนงานที่ดีขึ้นระหว่างทีม (ลดงานซ้ำซ้อนและช่วงเวลาว่าง) 2) การพัฒนาทักษะพนักงานให้สอดคล้องกับความต้องการลูกค้า และ 3) การใช้ระบบอัตโนมัติด้วย AI

- Advertisement -