บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)
CH Karnchang (CK.BK/CK TB)*
ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะช่วยหนุนให้กำไรเติบโตเด่น
Event: แนวโน้มกำไรเบื้องต้น 2Q68F และปรับราคาเป้าหมาย
Impact
ผลงาน 2Q68F ที่แข็งแกร่งของ BEM และ CKP จะช่วยดันกำไรของ CK ให้โดดเด่น
แม้ปริมาณรถใช้ทางด่วนและธุรกิจระบบราง 2Q68 จะชะลอตัว แต่เราคาดว่า Bangkok Expressway and Metro (BEM.BK/BEM TB) จะแจ้งกำไร 2Q68F ที่ 992 ลบ. (-1% YoY แต่ +14% QoQ) หนุนจากเงินปันผลรับจากบริษัทร่วมและการควบคุมต้นทุนและคชจ.มีประสิทธิภาพ ส่วน CK Power (CKP.BK/CKP TB) จะมีกำไร 2Q68F ที่ 578 ลบ. (+720% QoQ และ +681% YoY) จากธุรกิจไฟฟ้าพลังน้ำที่แข็งแกร่งด้วยปริมาณน้ำไหลเข้ามากและวัฏจักรอัตราดอกเบี้ยขาลง ท่ามกลางค่าเงินบาทแข็งค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง ซึ่งเป็นบริษัทร่วมของ CK และ CKP น่าจะบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนก้อนใหญ่จากเงินกู้สกุล USD กำไรหลักน่าจะแข็งแกร่ง จาก i) รายได้เติบโตแข็งแกร่งหนุนจากรายได้ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่มี margin สูง และ ii) เงินปันผลรับจาก TTW (TTW.BK/TTW TB) มูลค่าสูงราว 232 ลบ. ขณะที่เราคาดกำไรเบื้องต้น 2Q68F และ 1H68F น่าจะอยู่ราว 750 ลบ. (+53% YoY) และ 1 พันลบ. (+69% YoY) ตามลำดับ หลัก ๆ จะมาจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมใน 2Q68 ที่ 611 ลบ. (+78.5% YoY) ทั้งนี้ guidance ผลประกอบการเบื้องต้นน่าจะแจ้งช่วงต้นเดือน ส.ค. ส่วนผลประกอบการที่เป็นทางการจะประกาศวันที่ 14 ส.ค. 68
กำไรจากการขายเงินลงทุนจะเป็น upside อีกใน 3Q68
โดยปกติ ไตรมาส 2-3 ของปีจะเป็นช่วงที่ CK มีกำไรสูงจากเงินปันผลรับ ขณะที่ไตรมาส 3 ก็ยังเป็นพีคไตรมาสของทั้ง CKP และ BEM ด้วย นอกจากนี้ upside อื่นน่าจะมาจากการรับรู้กำไรของการขายเงินลงทุนในโครงการเขื่อนหลวงพระบางใน 3Q68 มูลค่า 2.7 พันลบ. ซึ่งเรายังไม่ได้รวมตัวเลขนี้อยู่ในกำไรของเรา เมื่อโครงการเขื่อนหลวงพระบางเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกันแทนที่จะเป็นบริษัทร่วมจะทำให้ CK ไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากบริษัทร่วมแห่งนี้อีกต่อไป
ยังไม่ได้งานโครงการใหม่ ๆ
แม้ว่าเราคาดแนวโน้มกำไรที่ดีในปีนี้ แต่ CK ยังไม่ได้ลงนามในสัญญาสำคัญใด ๆ จนถึงปัจจุบัน ส่วนการลงนามในโครงการทางด่วนยกระดับมูลค่า 3.5 หมื่นลบ. ก็อาจล่าช้าไปถึงปีงบประมาณหน้า เพราะกระทรวงคมนาคมกำลังเร่งผลักดันนโยบายค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายสำหรับรถไฟฟ้าทุกสายในกรุงเทพฯ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 68 การที่ CK อาจได้งานสัญญาใหม่เพียงเล็กน้อย backlog ในปีนี้อาจลดลง 20% YoY จาก 2 แสนลบ. ณ สิ้นปี 2567 และหากย้อนกลับไปอดีตช่วง 10 ปี CK ได้ลงนาม backlog น้อยที่สุดในปี 2561 มูลค่า 5.4 พันลบ. เทียบกับค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 4 หมื่นลบ. ต่อปี
Valuation & Action
เราปรับลดราคาเป้าหมายใหม่ลงที่ 16.80 บาท จากเดิม 18.50 บาท อิงจากการเพิ่ม discounted PE ของค่าเฉลี่ย -1.5S.D ที่ 15x โดยใช้ EPS เฉลี่ยปี 2568F-2569F บนสมมติฐานที่ไม่มีโครงการใหม่ ๆ เข้ามา ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยยังมี upside เหลืออีกราว 40% จากราคาเป้าหมายใหม่ของเรา
Risks
ความรวดเร็วในอัตราการเติบโตของ GDP ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ ๆ การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบต่าง ๆ การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย การปรับเพิ่มค่าแรงงานขั้นต่ำ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินกู้สกุลเงินสหรัฐเป็นหลักของโครงการเขื่อนหลวงพระบางและของ CK Power (CKP.BK/CKP TB)