บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Airports of Thailand (AOT.BK/AOT TB)*

ประมาณการ FY3Q68: เผชิญแรงกดดันในระยะสั้น

Event: ประมาณการ FY3Q68 (เมษายน-มิถุนายน 2568) รวมทั้งขยับราคาเป้าหมายไปเป็นปี FY69F

Impact

คาดว่ากำไรใน FY3Q68F จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ AOT ใน FY3Q68F จะอยู่ที่ 3.83 พันล้านบาท (-16.1% YoY, -24.3% QoQ) คิดเป็น 20.1% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเราที่ 1.90 หมื่นล้านบาท (-0.7% YoY) โดยคาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะอยู่ที่ 28.8 ล้านคน (-0.3% YoY, -17.2% QoQ) แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 17.1 ล้านคน และผู้โดยสารในประเทศ 11.7 ล้านคน ในขณะที่คาดว่าจะมีจำนวนเที่ยวบิน 187,806 เที่ยว (+3.5% YoY, -10.5% QoQ) เราคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 1.56 หมื่นล้านบาท (-5.0% YoY, -13.0% QoQ) ในขณะที่คาดว่า EBIT margin จะอยู่ที่ 34.0% (จาก 38.4% ใน FY3Q67 และ 38.8% ใน FY2Q68)

เราคาดว่าสัดส่วนรายได้จากกิจการการบิน และรายได้ที่เกี่ยวกับกิจการการบินใน FY3Q68F จะอยู่ที่ 49:51 โดยคาดว่ากำไรจะลดลงทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจาก i) จำนวนผู้โดยสารและจำนวนเที่ยวบินลดลงหลังเข้าสู่ช่วงที่การท่องเที่ยวชะลอตัวตามฤดูกาล ii) รายได้จากกิจการที่ไม่เกี่ยวกับการบินลดลง และ iii) อัตรากำไรลดลง ทั้งนี้ กำไรสุทธิในงวด FY9M68F จะคิดเป็น 74.7% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา

จับตาพัฒนาการในอนาคต

เราคิดว่า AOT มีโอกาสจะดีขึ้นได้จากปัจจัยดังต่อไปนี้

i) ได้ข้อสรุปที่ดีเกินคาดจากที่ปรึกษาอิสระ จากกรณีที่ King Power ขอแก้สัมปทานร้าน duty-free AOT ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาสองรายให้ทำการศึกษากรณีนี้ และคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนกันยายนถึงตุลาคม ซึ่งข้อสรุปสุดท้ายอาจจะดีกว่าที่เราคาดเอาไว้ (เช่น ปรับลดค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ (Minimum Guarantee) ลงจากสัญญาเดิม)

ii) โอกาสการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสาร (PSC) เราคิดว่า AOT จะปรับขึ้น PSC สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ, ในประเทศ และผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องในระยะยาวเพื่อสะท้อนถึงการลงทุนในสนามบินต่าง ๆ (เช่น สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง และภูเก็ต) เพื่อให้ได้มาตรฐานระดับโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรของ AOT

คงประมาณการกำไรปี FY68F และ FY69F โดยอิงจากกรณีเลวร้ายที่สุด

เราเชื่อว่า AOT จะไม่ยกเลิกสัญญากับ King Power และบริษัทจะยังคงได้ค่าสัมปทาน duty-free จาก King Power ต่อไป นอกจากนี้ เราคาดว่าจะมีการปรับวิธีคิดค่าสัมปทานจาก minimum guarantee เป็นการเก็บส่วนแบ่งรายได้ที่ 20% สำหรับระยะเวลาช่วงที่เหลือของสัมปทานจากปี FY69F เป็นต้นไป (เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568) ภายใต้สมมติฐานว่า AOT และ King Power จะยังสามารถทำธุรกิจต่อไปได้

Valuation & Action

เราปรับลดสมมติฐานงบลงทุน (CAPEX) ในอีกห้าปีข้างหน้าลง เพื่อสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่แผ่วลง เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” AOT และประเมินราคาเป้าหมายใหม่ โดยขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย DCF ปี FY69F ที่ 34.00 บาท (ใช้ WACC ที่ 9% และ TG ที่ 1%) จากราคาเป้าหมายปี FY68F ที่ 29.00 บาท

Risks

สภาพคล่องของ King Power, เกิดโรคระบาด, เศรษฐกิจถดถอย และการเมืองในประเทศไม่สงบ

 

- Advertisement -