บล.กรุงศรีฯ:

สรุปมุมมองของ MUFG ก่อนการประชุม FOMC เรามองมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • Scenario for Rate Cut: สำหรับการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของคณะกรรม Fed ในการประชุม FOMC รอบนี้ MUFG มองความเป็นไปได้ใน 3 กรณี ได้แก่
    • Uber Dovish Cut (โอกาส 50%): MUFG มองกรณีนี้เป็นกรณีฐาน โดยให้โอกาสในการเกิดขึ้นสูงที่สุดที่ระดับ 50% โดยคาดหวังว่าจะมีปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps และในแถลงการณ์ให้มุมมองเป็นห่วงสภาวะการจ้างงานและแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ ส่งผลให้มีแนวโน้มจะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องในอนาคต ในส่วนของนโยบายเกี่ยวกับสภาพคล่องนั้น กรณีนี้จะเป็นการประกาศยกเลิกการดูดสภาพคล่องออกผ่านการทำ Quantitative Tightening (QT) อย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะเริ่มในเดือน พ.ย. และมองว่าจะเริ่มใช้นโยบาย Flexible Reserve Process (FRP) ที่จะเป็นการกำหนดเป้าหมายการเสริมสภาพคล่องรายเดือนเข้าไปในระบบผ่านการซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นคืน ในปี 2026 
    • Dovish Cut (โอกาส 35%): กรณีนี้จะเหมือนกับกรณีฐานในแง่ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps พร้อมกับการแถลงการณ์ในเชิงเป็นห่วงภาพเศรษฐกิจและสภาวะการจ้างงาน อย่างไรก็ตามจะไม่มีการประกาศการหยุดมาตรการ QT แต่จะมีการประกาศแนวทางการเริ่มใช้ FRP ในปี 2026
    • Hawkish Cut (โอกาส 15%) กรณีนี้แม้จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps เช่นกัน แต่สัญญานจากถ้อยแถลงของประธาน Jerome Powell จะส่งสัญญานว่า Fed ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องได้ในสภาวะการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ ในกรณีคาดว่าจะไม่มีการปรับลดระดับของมาตรการ QT และยังไม่กล่าวถึงมาตรการ FRP โดยจะยังคงเป็นภาพของการเสริมสภาพคล่องหากเห็นว่าจำเป็นเช่นเดิม
  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังชะลอในภาคดั้งเดิมแต่ยังได้แรงหนุนจากเทคโนโลยี AI: MUFG มองว่าการเติบโตของเศรษฐกิจมีความเร็วที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนขึ้น โดยกลุ่มเศรษฐกิจรูปแบบเดิม (Old Economy) อาทิ ภาคขนส่งและการผลิตเริ่มชะลอตัว แต่การลงทุนในเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้าน AI และ Data Center ยังคงหนุน GDP สหรัฐฯ ให้รักษาแนวโน้มในการเติบโตได้ นอกจากนี้ MUFG มองว่าภาคการบริโภคยังได้แรงหนุนจาก Wealth Effect จากอานิสงค์ของการปรับเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ แม้เงินออมภาคครัวเรือนลดลง ขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญานอ่อนแรงโดยเฉลี่ยเพิ่มเพียง 27,000 ตำแหน่งต่อเดือนตั้งแต่พฤษภาคมและมีสัญญาณแรงงานที่มีแนวโน้มว่างงานอย่างถาวรเพิ่มขึ้น ส่วนเงินเฟ้อแม้ถูกกดดันจากราคานำเข้าที่สูงขึ้นแต่ยังจำกัดอยู่ในเฉพาะบางหมวดหมู่ ขณะที่ค่าเช่าที่อยู่อาศัยยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อน CPI ทั้งฝั่งขึ้นและลง
  • ตลาดการเงินกำลัง “price-in” การผ่อนคลายมากเกินไป และมีความเสี่ยงหากเฟดชะลอเร็วเกินคาด: ตลาดการเงินได้สะท้อนความคาดหวังการลดดอกเบี้ยต่อเนื่องตลอดปี 2025–2026 และการยุติ QT ภายในปีนี้ไปแล้ว ซึ่งเป็นเหตุให้สินทรัพย์เสี่ยงปรับขึ้นแรงในไตรมาสที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม MUFG เตือนว่าหากเฟดเริ่มชะลอการผ่อนคลายเร็วกว่าที่ตลาดคาดในต้นปี 2026 หรือหากค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งจากการตึงตัวของสภาพคล่องโลก จะเกิดแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง ขณะเดียวกันตลาดหุ้นยังได้แรงหนุนจากธีม AI และดอกเบี้ยขาลง แต่ sentiment อาจกลับได้รวดเร็วหากสัญญาณ Fed เปลี่ยน ทำให้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามนับจากนี้ไป
  • การเมืองและการเปลี่ยนแปลงผู้นำเฟดอาจมีผลต่อนโยบายการเงินในปีหน้า: สำหรับมุมมองเกี่ยวกับการแต่งตั้งประธาน Fed คนใหม่นั้น MUFG ระบุว่าการแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่โดยประธานาธิบดี Donald Trump ภายในสิ้นปี 2025 เป็นอีกปัจจัยเสี่ยงสำคัญ โดยมีผู้ถูกจับตา 3 รายคือ Kevin Hassett, Kevin Warsh และ Christopher Waller ซึ่งทั้งสามมีแนวทางที่แตกต่างกันในเรื่องความเข้มงวดทางการเงิน ตลาดจะมองบวกหาก Rick Rieder จาก BlackRock ได้รับการเสนอชื่อ เพราะถือว่าเป็นผู้มีแนวคิดสมดุลและเข้ากับตลาดมากกว่า แต่หาก Trump เลือกผู้สมัครแนวอนุรักษ์ เช่น Warsh หรือ Hassett ตลาดจะตีความว่าความเสี่ยง “Policy Uncertainty” เพิ่มขึ้นและอาจกระทบ sentiment ของสินทรัพย์ทั่วโลกในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบายของเฟดปี 2026
- Advertisement -