EPG เผยไตรมาส 2 ปีบัญชี 68/69 (..-..68) มียอดขาย 3,436 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิที่ 317 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134% จากการแก้ไขปัญหาของธุรกิจร่วมทุนในแอฟริกาใต้ พร้อมบอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาล อัตราหุ้นละ 7 สตางค์ 9 ..นี้

ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทอีสเทิร์นโพลีเมอร์กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลกเปิดเผยว่าในไตรมาส 2 ปีบัญชี 68/69 (ก.ค.-ก.ย.68) บริษัทมียอดขาย 3,436 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขาย 3,606 ล้านบาท หรือ ลดลง 4.7% มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 32.4% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 30 – 33% และ มีกำไรสุทธิที่ 317 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134% เนื่องจากธุรกิจร่วมทุนในแอฟริกาใต้มีสภาพคล่องดีขึ้น อย่างไรก็ตามไตรมาสนี้ บริษัทได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สำหรับผลการดำเนินงานตาม 3 กลุ่มธุรกิจหลัก มีดังนี้

ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็นภายใต้แบรนด์ Aeroflex มียอดขาย 1,112 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 6.3% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อนและเพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจากความต้องการฉนวนกันความร้อน/เย็นAeroflex ที่ขยายตัวต่อเนื่องทั้งในตลาดสหรัฐอเมริกาและในประเทศ Aeroflex USA Inc.มียอดขายเติบโตแข็งแกร่งจากความต้องการสินค้าฉนวนเกรดพรีเมียมโดยเฉพาะในกลุ่ม Ultra Low Temperature Insulation และ Air Ducting System ซึ่งเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม Semi-conductor/Cloud/ Data Center และยานยนต์แม้ว่ายอดขายในไตรมาสนี้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนเนื่องจากลูกค้าได้สั่งซื้อล่วงหน้าก่อนการปรับเพิ่มราคาอย่างไรก็ตามยอดขายกลับเข้าสู่ระดับปกติในช่วงปลายไตรมาสบริษัทมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะจากกระแส Reshoring ที่กระตุ้นการลงทุนภาคอุตสาหกรรมส่งผลบวกต่อศักยภาพการผลิตของบริษัทในระยะยาวขณะที่ตลาดในประเทศปรับตัวดีขึ้นจากแรงหนุนของกลุ่มลูกค้าโครงการได้แก่กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมอาคารสำนักงานโรงแรมและห้างสรรพสินค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าในกลุ่ม HVAC และ Air Ducting ยังคงขยายตัวแข็งแกร่ง

ทั้งนี้บริษัทได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐซึ่งแข็งค่าขึ้นในบางช่วง

ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas มียอดขาย 1,666 ล้านบาท ลดลง 13.9% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และ แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนการฟื้นตัวที่ล่าช้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยและออสเตรเลีย สำหรับแอร์โรคลาสการผลิตส่งให้แก่กลุ่มลูกค้า OEM ชะลอตัวตามกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งนี้ Aeroklas ได้ใช้ช่วงเวลานี้ปรับโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อเตรียมพร้อมรับการฟื้นตัวของตลาดในระยะต่อไป

ส่วนธุรกิจในออสเตรเลียยอดขายของ Aeroklas Asia Pacific Group Pty.,Ltd. (AAPG) ใกล้เคียงกับปีบัญชีก่อนและไตรมาสก่อนโดยภาพรวมการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องขณะที่ 4Way Suspension Product Pty., Ltd. ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มระบบกันสะเทือนซึ่งคาดว่าจะสามารถเร่งยอดขายในช่วงครึ่งหลังของปีบัญชี

Aeroklas ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างรัดกุมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันภายใต้แรงกดดันของอุตสาหกรรมยานยนต์ในขณะนี้ 

ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้แบรนด์ EPP มียอดขาย 658 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อนและเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่เติบโตต่อเนื่องจึงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าระดับอุตสาหกรรมด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากลได้แก่มอก./ GMP/ HACCP/ BRC และ FSC (Forest Stewardship Council) ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูงนอกจากนี้บริษัทเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุมพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนและรักษาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

บริษัทมีต้นทุนขายสินค้าที่ 2,321 ล้านบาทลดลง 1.6% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อนและเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนซึ่งเป็นอัตราการลดลงที่ช้ากว่าการลดลงของยอดขายทั้งนี้ต้นทุนขายใน  ไตรมาสนี้ สะท้อนต้นทุนจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยบริษัทได้จัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่งผลิตเพื่อรักษาต้นทุนเฉลี่ยของวัตถุดิบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และจะยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง Aeroflex USA Inc. บริษัทย่อยในสหรัฐอเมริกา บริหารจัดการต้นทุนเพื่อรองรับผลกระทบด้านภาษีในระยะสั้น โดยถือครองวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปในระดับที่เพียงพอต่อการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ในไตรมาสนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ 835 ล้านบาท ลดลง 11.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และลดลง 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยบริษัทดำเนินการปรับโครงสร้างต้นทุนของธุรกิจในออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว 

บริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 15 ล้านบาทโดยในไตรมาสนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐและแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลีย

นอกจากนี้บริษัทได้รับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ 69 ล้านบาทมาจากผลประกอบการของธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็นและธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศสำหรับธุรกิจร่วมทุนในแอฟริกาใต้สถานการณ์ปัจจุบันมีพัฒนาการเชิงบวกอย่างต่อเนื่องโดยอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างต้นทุนการผลิตในทุกระดับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและบริหารต้นทุนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานส่งผลให้ธุรกิจร่วมทุนเริ่มมีกระแสเงินสดรับเพิ่มขึ้นและสามารถทยอยจ่ายค่าสินค้าให้แก่บริษัทแอร์โรคลาสจำกัด

ดร.เฉลียวกล่าวต่อว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอีสเทิร์นโพลีเมอร์กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่12 พ.ย. 68 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานสิ้นสุด 30 ก.ย. 68 ในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท (เจ็ดสตางค์) รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 196 ล้านบาทโดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่จะมีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 28 พ.ย.68 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 ธ.ค.68

บริษัทมั่นใจว่าโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจนและการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงในปีบัญชี 2568/2569 ภายใต้นโยบาย ‘USE’ ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร

- Advertisement -