บล.พาย:
Automotive: เดือน ต.ค. ยอดผลิตโต 14%YoY (NEUTRAL)
TOP PICK –
ส.อ.ท. รายงานตัวเลขยานยนต์ประจำเดือน ต.ค. ยอดการผลิตรถยนต์เติบโตต่อเนื่องจากปีก่อนได้เป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน และเติบโตติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 แรงหนุนยังคงมาจากการยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) อยู่ที่ 9,393 ค้น ทำสถิติสูงสุดตั้งแต่เริ่มผลิตมา คิดเป็นสัดส่วนกว่า 7% ของการผลิตรถยนต์รวม หรือประมาณ 17% ของการผลิตรถยนต์นั่งในประเทศ การผลิตรวมในช่วง 10M25 อยู่ที่ 1,211,486 คัน คิดเป็นสัดส่วน 84% ของเป้าการผลิตทั้งปีที่ 1.45 ล้านคันของสภาอุตสาหกรรม โดยการผลิตรถยนต์ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีจะต้องอยู่ในระดับ 119,257 คัน/เดือน ซึ่งพิจารณาจากการผลิตในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เราคาดว่ามีโอกาสเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม เราต้องติดตามผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดในหลายพื้นที่ว่าจะกระทบกับยอดขายรถยนต์มากน้อยเพียงใด แม้จะมีการจัดงาน Motor Expo ที่จะมากระตุ้นตลาดช่วงปลายปี รวมแล้วเราจึงคงน้ำหนักการลงทุนไว้ “เท่าตลาด” เช่นเดิม สำหรับผลประกอบการงวด 3Q25 ของผู้ผลิตชื้นส่วนยานยนต์ต่างมีกำไรเติบโตขึ้นทุกบริษัท จากผลดีของการควบคุมต้นทุนมาชดเชยกับรายได้ที่ลดลง
ยอดผลิตรถยนต์เดือน ต.ค. 25 อยู่ที่ 135,685 คัน (+14%YoY, +6%MoM)
- สภาอุตสาหกรรมรายงานตัวเลขกลุ่มยานยนต์เดือน ต.ค. 25 มีการผลิตรถยนต์ 135,685 คัน (+14%YoY, +6%MoM) เทียบกับปีก่อนเติบโตดี จากแรงหนุนในกลุ่มยอดขายในประเทศที่เติบโตต่อเนื่อง ส่วนเทียบกับเดือนก่อนหน้าคาดเป็นผลดีจากการผลิตในกลุ่ม BEV ที่เพิ่มขึ้นมาก
- เทียบกับ ก.ย. 25 การผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากการผลิตในกลุ่ม BEV ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 9,393 คัน ขณะที่ยอดขายในประเทศและการส่งออกปรับตัวลดลง
- เทียบกับ ต.ค. 24 การเติบโตของการผลิต (+14%YoY) มาจากผลดีของยอดขายรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นถึง 25%YoY
- ตัวเลขกลุ่ม EV เดือน ต.ค. 25 มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ระดับ 10,165 คัน เพิ่มขึ้น 105%YoY และ 4%MoM ขณะที่ยอดขายมีจำนวน 8,479 คัน เพิ่มขึ้น 128%YoY แต่ลดลง 7%MoM ด้านการผลิต (นับเฉพาะกลุ่ม BEV) มีจำนวน 9,393 คืน (+1,265%YoY, +47%MoM) คิดเป็นสัดส่วน 17% ของการผลิตรถยนต์นั่งในประเทศ หรือ 7% ของการผลิตทั้งหมด
เป้าการผลิตที่ 1.45 ล้านคัน มีโอกาสไปถึง ส่วนงบ 3Q25 ออกมาโตทุกราย
- ยอดการผลิตรถยนต์ในสะสมช่วง 10M25 อยู่ที่ 1,211,486 คัน (-3%YoY) คิดเป็นสัดส่วน 84% ของเป้าการผลิตในปี 25 ที่สภาอุตสาหกรรมคาดไว้ที่ 1.45 ล้านคัน เพื่อให้เป็นไปตามเป้าการผลิตในช่วงที่เหลือของปีต้องอยู่ที่ระดับ 119,275 คัน/เดือน หากเทียบกับเดือน ก.ย.-ต.ค. มีโอกาสเป็นไปได้สูง
- สำหรับผลประกอบการกลุ่มยานยนต์ในงวด 3Q25 (FY2Q25 ของ STANLY) ต่างมีกำไรสุทธิเติบโตจากปีก่อนทุกบริษัท จากผลดีของการควบคุมต้นทุนได้ดี ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น มาชดเชยกับรายได้ที่ปรับตัวลดลงจากผลกระทบของ อุตสาหกรรมที่ชะลอตัว
- ด้านคำแนะนำการลงทุน เราคงน้ำหนักการลงทุนอยู่ที่ “เท่าตลาด” แม้ตัวเลขการผลิตจะเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และการจัดงาน Motor expo ในช่วงปลายเดือน พ.ย.-ต้นเดือน ธ.ค. ที่จะเป็นการกระตุ้นตลาดในประเทศได้ แต่ด้วยความเสี่ยงจากผลกระทบของเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ในประเทศทำให้ยอดขายอาจจะไม่เพิ่มขึ้นมากอย่างที่คาดไว้







