บล.บัวหลวง: 

PTT Exploration and Production (PTTEP TB /PTTEP.BK)

ถือรับปันผลเด่น

แม้แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและกำไรจะไม่โดดเด่น แต่มูลค่าหุ้นของ PTTEP ที่อยู่ในระดับราคาไม่แพง และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่อยู่ในระดับที่ดี จะช่วยหนุนราคาหุ้นได้ นอกจากนี้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นและเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไร

คาดกำไรหลักไตรมาส 4/68 ลดลงทั้ง YoY และ QoQ

เราคาดกำไรหลักไตรมาส 4/68 ที่ 13,553 ล้านบาท ลดลง 25% YoY และ 3% QoQ เมื่อรวมรายการพิเศษ ได้แก่ กำไรจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน และกำไรจากการซื้อกิจการในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม เราคาดกำไรสุทธิจะอยู่ที่ 17,626 ล้านบาท ลดลง 4% YoY แต่เพิ่มขึ้น 30% QoQ

ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรหลักปรับลดลง ได้แก่ 1) ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง และ 2) ต้นทุนต่อหน่วยที่สูงขึ้น เราคาดปริมาณขายปิโตรเลียมในไตรมาส 4/68 จะอยู่ที่ 5.32 แสนบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 4% QoQ และเราคาดราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 42.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 8% YoY และ 2% QoQ (ราคาขายน้ำมันและก๊าซที่ลดลง) ต้นทุนต่อหน่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น YoY (ค่าใช้จ่ายด้านการสำรวจและค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น) แต่ลดลง QoQ (ค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง) มาอยู่ที่ราว 30.0 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

กำไรหลักไตรมาส 1/69 มีแนวโน้มปรับตัวลดลง

อุปทานที่เพิ่มขึ้นจากทั้งผู้ผลิตนอกกลุ่ม OPEC และ OPEC+ จะส่งผลให้ตลาดน้ำมันดิบโลกเข้าสู่ภาวะอุปทานส่วนเกิน ซึ่งเราคาดว่าจะกดดันราคาน้ำมันในไตรมาส 1/69 ทั้งในเชิง YoY และ QoQ ส่งผลให้กำไรหลักของ PTTEP ในไตรมาส 1/69 มีแนวโน้มลดลง YoY และ QoQ เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยลดลง ราคาขายเฉลี่ยมีแนวโน้มลดลง YoY (ราคาน้ำมันและก๊าซที่ลดลง) และ QoQ (ราคาน้ำมันที่ลดลง) ขณะที่ปริมาณขายปิโตรเลียมในไตรมาส 1/69 คาดอยู่ที่ 5.43 แสนบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 12% YoY และ 2% QoQ เราคาดต้นทุนต่อหน่วยจะลดลง YoY (ค่าภาคหลวงและค่าเสื่อมราคาที่ลดลง) (ทรงตัว QoQ) อยู่ที่ประมาณ 30.0 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

การเติบโตของการผลิตปิโตรเลียม หนุนการปรับเพิ่มประมาณการ

PTTEP ยังคงเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์และขยายการผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ปฏิบัติการหลัก ได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ล่าสุดบริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าหมายปริมาณขายในช่วงปี 2569–2573 ขึ้นเฉลี่ย 6% ส่งผลให้เราปรับเพิ่มสมมติฐานปริมาณขายอย่างระมัดระวัง

นอกจากนี้เราได้รวมผลกระทบจากการเข้าซื้อสัดส่วน 9.998% ในแปลง SK408 ประเทศมาเลเซียล่าสุดของ PTTEP ไว้ในประมาณการ อย่างไรก็ตามเราปรับลดสมมติฐานราคาน้ามันลง 12% มาอยู่ที่ 58 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส าหรับปี 2569 และปรับลดสมมติฐานราคาน้ามันระยะยาวลงเฉลี่ย 4% 

โดยสรุป เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง 13% เหลือ 47,547 ล้านบาท แต่ปรับเพิ่มประมาณการกำไรระยะยาวขึ้นเฉลี่ย 6% ส่งผลให้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2569 ที่ได้มาจากวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ปรับเพิ่มจาก 130 บาท เป็น 135 บาท (WACC ที่ 9.1%, terminal growth ที่ 1.0%) ภายใต้สภาวะโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราทำการวิเคราะห์ความอ่อนไหวเพื่อประเมินผลกระทบของราคาน้ำมันดิบที่เปลี่ยนแปลงต่อกำไรปี 2569 ของ PTTEP โดยพบว่า ทุก ๆ การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบดูไบ 1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ที่สูงกว่า/ต่ากว่าประมาณการ กรณี base-case จะส่งผลให้มีอัพไซด์/ดาวน์ไซด์ ราว 3% ต่อประมาณการกำไรปี 2569 

- Advertisement -