บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Dohome PCL (DOHOME.BK/DOHOME TB)*

ประมาณการ 4Q68: อุปสงค์ยังคงอ่อนแอ

Event 

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ DOHOME ใน 4Q68 จะอยู่ที่ 206 ล้านบาท (+28% YoY, +101% QoQ) ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิในปี 2568 อยู่ที่ 710 ล้านบาท (+5% YoY) ต่ำกว่าประมาณการเต็มปีของเรา 5% 

Impact 

คาดว่า same-store-sales จะยังแย่.. 

จากภาวะที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งได้แก่ i) น้ำท่วมภาคใต้ของประเทศไทย ii) ฝนที่ตกหนัก iii) ความล่าช้าในการใช้จ่ายภาครัฐ iv) กรณีพิพาทชายแดน และ v) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคอ่อนแอก่อนการเลือกตั้ง สัญญาณ same-store-sales ของ DOHOME จึงแย่ลงเรื่อย ๆ จากที่ติดลบหลักเดียวกลาง ๆ ในเดือนตุลาคมเป็นติดลบหลักเดียวสูง ๆ ในเดือนพฤศจิกายน และ เป็นติดลบระดับสิบต้น ๆ ในเดือนธันวาคม โดยอุปสงค์จากทั้งกลุ่มผู้ใช้งานขั้นสุดท้าย (end-user) และ กลุ่ม back office แสดงสัญญาณที่อ่อนแอตลอดไตรมาส ซึ่งคาดว่าจะทำให้ same-store-sales ใน 4Q65 ติดลบที่ -10% (จาก +1.5% ใน 4Q68 และ จากที่ทรงตัวใน 3Q68) ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะเปิดสาขาใหม่ (Size L) หนึ่งร้านในไตรมาสนี้ ทำให้จำนวนสาขาร้าน (Size L) ทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 27 ร้าน (จาก 24 ร้านใน 4Q67 และ 26 ร้านใน 3Q68) อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก SSS ที่ติดลบหักล้างกันไปบางส่วนกับการขยายสาขาร้าน เราจึงคาดว่ายอดขายของ DOHOME ใน 4Q68 จะอยู่ที่ 7.4 พันล้านบาท (-2% YoY, +10% QoQ) ทำให้ยอดขายในปี 2568 อยู่ที่ 2.96 หมื่นล้านบาท (-5% YoY) 

..แต่อัตรากำไรจะดีขึ้น 

เนื่องจากอัตรากำไรของเหล็กกลับมาอยู่ระดับปกติที่ 10-11% โดยที่ยอดขายเหล็กคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของยอดขายรวม และ margin ของสินค้า house brand เพิ่มขึ้นเป็น ~34-35% (จาก 32-33% ใน 4Q67) เนื่องจาก product mix ดีขึ้น เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน 4Q68F จะอยู่ที่ 17.6% (+0.8ppts YoY, -0.1ppts QoQ) โดยอัตรากำไรที่ลดลง QoQ จะเป็นเพราะ product mix (ที่ถูกถ่วงโดยวัสดุก่อสร้าง) ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2568 อยู่ที่ 17.7% (+0.6ppts YoY) ต่ำกว่าสมมติฐานปี 2568 ของเราที่ 17.8% เล็กน้อย เราคาดว่าบริษัทจะคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และ ทำให้สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายใน 4Q68 อยู่ที่ 14.2% (จาก 13.7% ใน 4Q67 และ 15.6% ใน 3Q68) 

แนวโน้มยังคลุมเครือ 

แม้ว่าตามปกติไตรมาสแรกจะเป็นช่วงที่ผลการดำเนินงานของ DOHOME มักจะดีตามปัจจัยฤดูกาล แต่เราคาดว่าผลการดำเนินงานใน 1Q69 จะไม่ค่อยน่าสนใจเพราะอุปสงค์แผ่วลงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ประกอบกับมีการเลื่อนโครงการภาครัฐออกไปก่อนการเลือกตั้ง ถึงแม้ว่าบริษัทจะกลับมาขยายสาขาอีกครั้งในปี 2568 โดยตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนสาขาให้ถึง 32 ร้านภายในปี 2570 (Size L) แต่ยังต้องจับตาอุปสงค์โดยรวมซึ่งอาจจะเป็นเหตุให้แผนการขยายสาขาร้านของบริษัทต้องล่าช้าออกไป 

Valuation & action 

เรายังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ไว้ที่ 3.80 บาท อิงจาก PER ที่ 15.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก -1.0 S.D) โดยยังคงคำแนะนำ “ถือ” 

Risks 

เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ขยายสาขาได้น้อยกว่าที่วางแผนเอาไว้, ราคาพืชผลอ่อนแอ, ภัยธรรมชาติ, สินค้าค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก

- Advertisement -