บล.กรุงศรีฯ:

SCC (Neutral; TP218)

มอง negative ต่อแนวโน้ม 4Q25F ที่ขาดทุนสุทธิราว -2.7 พันลบ. ต่ำกว่าที่เคยประเมินว่าจะพลิกมีกำไร เพราะ i) ขาดทุนจากการปิดกิจการ NocNoc -1.8 พันลบ. ii) spread ปิโตรเคมีอ่อนแอกว่าคาด

คาดขาดทุนสุทธิ 4Q25F ราว -2.7 พันลบ. ขาดทุนหนักขึ้นทั้ง y-y q-q ฉุดจากขาดทุนปิดกิจการ NocNoc -1.8 พันลบ. หากตัดรายการพิเศษดังกล่าว และ stock loss ออก ขาดทุนปกติราว -8 ร้อยลบ. ขาดทุนน้อยลง y-y (4Q24 -1,579 ลบ.) แต่ขาดทุนมากขึ้น q-q (3Q25 -35 ลบ.) ดีขึ้น y-y ได้ธุรกิจซีเมนต์ และบรรจุภัณฑ์ ที่อัตรากำไรดีขึ้น จากปรับราคาขาย และต้นทุนพลังงานลดลง แต่แย่ลง q-q เพราะ ธุรกิจซีเมนต์เป็น low season ปริมาณขายลด และธุรกิจปิโตรเคมี อัตรากำไรลดตาม product spread โดย HDPE/PP -7/-13% q-q เศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนส่งให้ผู้ซื้อลดการ stock ของ ส่วน PVC spread -11% q-q กดดันจาก low season และ supply จากบราซิล

คาด 1Q26F core operation ฟื้นตัวเล็กน้อย q-q แม้ไม่มีปันผลโตโยต้าหนุน ได้ธุรกิจซีเมนต์ที่ปริมาณขายฟื้น หลังออกจาก low season และการเร่งเบิกจ่ายของรัฐก่อนการเลือกตั้ง และ ธุรกิจปิโตรเคมี spread ฟื้นตัวจาก demand restock ของจีน

คงคำแนะนำ Neutral ที่ TP26F = 218 บาท/หุ้น แม้ระยะยาวได้ประโยชน์จากช่วง recovery ของปิโตรเคมีดีกว่ากลุ่มจากมีการขยายกำลังการผลิต (LSP capacity polymers 1.4 mta +67%) แต่ระยะสั้นยังถูกกดดันจากขาดทุนที่มากขึ้นของโครงการ LSP หลังกลับมาเปิดผลิตในสภาวะที่ demand ฟื้นตัวช้า รวมถึงการฟื้นตัวใน 1Q26F ยังไม่เด่น สามารถถือรอดูการ re-stock ของจีนในช่วง มี.ค. และ ความคืบหน้าการปรับโครงสร้างการผลิตในจีนก่อนได้

- Advertisement -