บล.กสิกรไทย:
กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง สรุปผลงานของกลุ่มธุรกิจปี 2568
เหตุการณ์สำคัญ 1.แผ่นดินไหวเดือน มี.ค. 2.การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 3. เหตุหลุมยุบบริเวณจุดก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ผลงานช่วง 9 เดือนแรกปี 68 บริษัทรับเหมาทั้ง 4 รายที่เราวิเคราะห์อยู่ ได้แก่ CK STECON SEAFCO และ PYLON รายงานกำไรปกติรวมที่ 2.8 พันลบ. (+83% YoY)
ผลงานช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568
- บริษัทรับเหมาทั้ง 4 รายที่เราวิเคราะห์อยู่ ได้แก่ CK STECON SEAFCO และ PYLON รายงานกำไรปกติรวมช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่ 2.8 พันลบ. (+83% YoY) จากการปรับตัวดีขึ้นของผลการดำเนินงานของหุ้นทุกตัวในกลุ่ม โดย CK ได้รับประโยชน์จากการเร่งก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า STECON ได้รับแรงหนุนจากการไม่มีต้นทุนแก้ไขโครงการบึงหนองบอน และการไม่มีผลขาดทุนจากโครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูและสายสีเหลืองภายหลังการเปลี่ยนแปลงทางบัญชี ขณะที่ SEAFCO และ PYLON ฟื้นตัวจากฐานต่ำ ท่ามกลางการแข่งขันที่ลดลงในตลาดงานตอกเสาเข็ม
แนวโน้มปี 2569
- ในปี 2569 รายได้ของบริษัทรับเหมางานโยธาอย่าง CK และ STECON คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากการที่โครงการเมกะโปรเจกต์เข้าสู่ช่วงเร่งการก่อสร้าง กำไรปกติของ CK มีแนวโน้มลดลง YoY ตามส่วนแบ่งกำไรจาก CKP และ BEM ที่ลดลง ขณะที่กำไรปกติของ STECON คาดว่าจะยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งและเติบโต YoY สำหรับบริษัทรับเหมางานตอกเสาเข็ม ระดับการแข่งขันที่ต่ำยังคงสนับสนุนแนวโน้มเชิงบวก แม้ว่าปัญหาขาดแคลนแรงงานอาจจำกัดการเติบโตของรายได้ เราคาดว่ากำไรปกติของ SEAFCO จะเติบโต 18% YoY จากฐานทีต่ำ ขณะที่กำไรปกติของ PYLON คาดว่าจะทรงตัว YoY ในระดับสูงจากปริมาณ backlog ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่และเป็นระดับกำไรที่สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2562
มุมมองบวก
- เราคงมุมมองที่เป็นบวกบวกต่อกลุ่มนี้ โดยเลือก CK (“ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 23.4 บาท) และ SEAFCO (“ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 3.01 บาท) เป็นหุ้นเด่น ปัจจัยบวก ได้แก่ แนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทรับเหมางานโยธาและงานตอกเสาเข็ม รวมถึง sentiment ที่ดีจากโครงการขนาดใหญ่ใหม่ๆ ที่คาดว่าจะเปิดประมูลในปี 2569 (3.43 แสนลบ.) และการเลือกตั้งในช่วงเดือน ก.พ. นอกจากนี้ เรายังมีคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ให้ “ซื้อ” STECON (ราคาเป้าหมาย 10.52 บาท) และ PYLON (ราคาเป้าหมาย 3.38 บาท) ภายใต้ธีมการลงทุนภาคเอกชน







