เก่งหลังเกมส์
SET Index ปรับลง – 6.9 จุด -0.56% ปิด 1,235 จุด (ทำ New Low ต่อ) มูลค่าการซื้อขาย 3.73 หมื่นล้านบาท Sector ที่ปรับขึ้นและหนุนดัชนีคือ กลุ่ม ICT (ADVANC, TRUE) กลุ่มปิโตรเคมี (IVL) กลุ่ม Packaging (SCGP) ฯลฯ ในทางตรงข้ามกลุ่มที่ปรับลงและกดดัชนีหลักๆคือ กลุ่มชิ้นส่วน DELTA กลุ่มพลังงาน (PTT, GULF, GPSC) กลุ่มค้าปลีก HMPRO, CPALL กลุ่มการเงิน MTC ฯลฯ
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ
BANPU +4.4% GPSC -3.3%, BGRIM -4.96%
BANPU มีจิตวิทยาบวกหนุนจากราคาก๊าซธรรมชาติ NYMEX +7.57%d-d ปิดที่ US$3.409/MMBtu หนุนคาดการณ์รายได้ ในทางตรงข้ามเป็นจิตวิทยาลบต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งมีต้นทุนเป็นก๊าซธรรมชาติ
ADVANC +1.53%
คาดหวังกำไร 4Q25F เด่น เติบโต y-y, q-q ผสาน จิตวิทยาบวก ADVANC เดินหน้าต่อยอดธุรกิจ Data Center กับ GULF ภายใต้โครงการ GSA03 และ ADVANC เป็นหุ้น High Dividend มักจะ Outperform ในช่วงตลาดผันผวน ยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 360.0 บาท
CENTEL +5.43%
ราคาหุ้นแข็งแกร่งกว่าโรงแรมอื่นๆ เนื่องจากมีรายได้มาจากฝั่งธุรกิจร้านอาหาร เป็นปัจจัยหนุน โดยคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 37.5 บาท
IVL +1.83%
IVL มีปัจจัยบวก จากรายงาน Spread ปิโตรเคมีฝั่ง PET +20%w-w จากการปิดซ่อมโรงงานในจีน ทำให้ซัพพลายตึงตัวขึ้น โดย KSS ยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 24.0 บาท
SCGP +2.15%
หุ้นปรับขึ้น โดยล่าสุด KSS พรีวิวคาดกำไรสุทธิ 4Q25F แม้จะออกมาสูงที่ 1,296 ลบ. ฟื้นทั้ง y-y, q-q แต่ปัจจัยหลักมาจากรายการ non-cash กำไรซื้อกิจการ MYPAK หากตัดออก core operation แย่ลง q-q การแข่งขันในภูมิภาคยังสูงจาก oversupply ยังกดดันให้ราคาขายลดลงต่อเนื่อง และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นตามค่าขนส่งและการปรับมูลค่าทรัพย์ คาดแนวโน้ม 1Q26F กลับมาฟื้นทั้ง y-y q-q ตามต้นทุนกระดาษที่ลดลง แต่ราคาหุ้นน่าจะสะท้อนการฟื้นตัวไประดับหนึ่งแล้ว PER26F ราว 19 เท่า Vs. กำไรที่โตเฉลี่ย 7% CAGR ใน 25-26F และค่าเฉลี่ยอุตสหากรรมที่ราว 16 เท่า คงคำแนะนำ Reduce ที่ TP25F = 16.0









