บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):
Thailand Food & Beverage
มุมมองปี 2569 แนวโน้มสดใส (NEUTRAL)
คงมุมมอง “เท่าตลาด” ชอบกลุ่มเครื่องดื่มมากกว่าอาหาร
เรายังคงมุมมอง “เท่าตลาด” ต่อกลุ่ม และให้น้ำหนักกลุ่มเครื่องดื่มมากกว่ากลุ่มอาหาร จากแนวโน้มการเติบโตของยอดขายและกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่แข็งแกร่งกว่า หลังจากปี 2568 ที่กำไรอ่อนแอจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยและการบริโภคที่ซบเซา เราคาดว่าความต้องการเครื่องดื่มจะฟื้นตัวในปี 2569 จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยมากขึ้น ขณะที่ผู้ผลิตอาหารเผชิญแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ไม่อาจกดดันอัตรากำไร เราคาดว่ากำไรของกลุ่มเครื่องดื่มจะเติบโต 9% มากกว่ากลุ่มอาหารที่คาดว่าจะหดตัว 5% หุ้นเด่นของเราคือ ICHI ในกลุ่มเครื่องดื่ม และ ITC ในกลุ่มอาหาร
คาดตลาดชาพร้อมดื่ม (RTD) จะเติบโตเด่นกว่ากลุ่มเครื่องดื่มอื่น ๆ
สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นจะหนุนการเติบโตของเครื่องดื่ม โดยมีเทรนด์ด้านสุขภาพและตัวเลือกด้านราคาที่เข้าถึงได้เป็นปัจจัยสำคัญ ดังนั้นตลาดชาพร้อมดื่ม RTD (Ready-to-Drink) ซึ่งมีจุดเด่นด้านภาพลักษณ์ความเป็นธรรมชาติ ดีต่อสุขภาพ และช่วยเติมความสดชื่น จึงคาดว่าจะเติบโตโดดเด่นกว่าหมวดอื่นที่ 4.4% ในปี 2569 สูงกว่าตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์โดยรวม ทั้งนี้ ICHI อยู่ในตำแหน่งที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าว อีกทั้งยังมีมูลค่าหุ้นน่าสนใจ อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ดี และการเติบโตของกำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ย ตอกย้ำสถานะหุ้นเด่นของเรา
เครื่องดื่มชูกำลังได้แรงหนุนจากราคาที่เข้าถึงได้
เรายังแนะนำ “ซื้อ” หุ้นกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง (CBG และ OSP) โดยมองว่าปัจจัยด้านความคุ้มค่าราคา (affordability) จะยังเป็นแรงหนุนสำคัญต่ออุปสงค์ของสินค้าในกลุ่มราคาประหยัดอย่างเครื่องดื่มชูกำลังท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ ทั้งนี้ การแข่งขันที่สูงจะทำให้การเติบโตของยอดขายในประเทศอยู่ในระดับเลขหลักเดียวต่ำ ขณะที่ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในเมียนมาและกัมพูชามีโอกาสการเติบโตดีกว่า แต่ยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและความไม่แน่นอนทางการเมือง อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่ากำไรของ CBG น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 3Q68 และจะทยอยฟื้นตัว QoQ ตั้งแต่ 4Q68 เป็นต้นไป สำหรับ OSP การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) มูลค่าหุ้นที่ไม่แพง และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจราว 6% จะช่วยหนุนราคาหุ้น
GPM กลุ่มอาหารอ่อนแอ ชอบอาหารสัตว์เลี้ยงมากกว่า
ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเติบโตดีกว่าหมวดอาหารอื่น หนุนให้ ITC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มอาหารของเรา การส่งออกเนื้อไก่อาจเผชิญการชะลอตัวจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากบราซิลและจีน ขณะที่อุปสงค์อาหารทะเลถูกกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ ผู้ผลิตปศุสัตว์และสัตว์ปีก เช่น CPF และ GFPT คาดว่าจะเผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลง ขณะที่อัตรากำไรของ ITC น่าจะทรงตัวได้ จากสัดส่วนสินค้าพรีเมียมที่สูงขึ้นและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน








