ยังคงเน้นที่หุ้นปันผลสูง แต่ระยะสั้นแนะดูกลุ่มน้ำมัน

Market Update

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 398 จุด (-0.8%) ถูกกดดันจากการปรับลงของหุ้นกลุ่มการเงินหลังจาก JP กล่าวถึงผลกระทบเพดานดอกเบี้ย ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 2.5% ได้แรงหนุนจากสถานการณ์ในอิหร่านที่ยังยีดเยื้อเพราะกระทบการส่งออกน้ำมัน

Market Outlook

เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) พบว่าขยายตัว 27%YoY ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ การลดลงของราคาพลังงานยังเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยกดดันเงินเฟ้อไม่ให้เร่งแรงจนเกินไป พร้อมกับการขยายตัวแบบเล็กน้อยของราคารถยนต์ใหม่และรถมือสองที่ลดลง (-1.1%MoM) ช่วยให้นักลงทุนคลายกังวลได้มากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของ US Bond Yield ยังคงอยู่ทิศทางขาลง ซึ่งดีกับตลาดหุ้นและทองคำ (ราคาทองคำยังคงอยู่ทิศทางขาขึ้น) แต่อย่างไรก็ตาม กับตลาดหุ้นกลับพบว่าหุ้นส่วนใหญ่ปรับลงไม่ว่าจะเป็น Technology หรือ Finance (MSFT -1.4% META -1.7% Amazon +1.6% VISA -4.5% JPM-4.2% MA-3.8%) ซึ่งอาจเป็นเพราะทรัมป์ระบุว่าจะต้องลดดอกเบี้ยบัตรเครดิตลงมาให้อยู่ที่ 10% จากปัจจุบันที่ 20% แต่อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้วอาจทำได้ยาก เพราะประธานาธิบดีไม่มีอำนาจในการกำหนดเพดานดอกเบี้ยของเอกชนโดยตรง ดังนั้นการปรับลงอาจมองเป็นโอกาสสะสมในกลุ่มข้างต้นก็เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ หลังจากนี้แนะรอติดตามผลประกอบการที่จะทยอยรายงาน ส่วนคืนนี้จะมีการรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 0.2%MoM และยอดค้าปลีกที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.5%MoM หากแย่กว่าคาดการณ์จะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำและตลาดหุ้นในภาพรวม

ส่วนปัจจัยในประเทศเมื่อวานที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง 11 วันแรกของเดือน ม.ค. สะสมที่ 1.12 ล้านราย (-7%YoY) นักท่องเที่ยวมาเลเซียยังเป็นอันดับแรกที่ 1.17 แสนรายและจีนอยู่ที่ 1.12 แสนราย ซึ่งมองเป็นการเดินทางเข้ามาเฉลี่ย 1.01 แสนราย ดังนั้นเฉลี่ยของเดือน ม.ค. คาดว่าจะอยู่ในช่วง 3.16 – 3.2 ล้านราย (-11%MoM , -14%YoY) มองเป็นสัญญาณที่ยังไม่ค่อยดีเท่าใดนัก  สำหรับตลาดหุ้นไทยปรับลงต่อเนื่องวานนี้ (-0.56%) โดยเผชิญการขายจากนักลงทุนสถาบัน -1.9 พันล้านบาท เป็นการปรับลงในหลายๆ กลุ่มเช่น โรงพยาบาล ค้าปลีก การเงิน แม้ Valuation จะค่อนข้างถูกมากแล้วก็ตาม มองเหตุการณ์ข้างต้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ต่ำลง ซึ่งอาจเกิดจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวไม่มาก ผสานกับนักลงทุนมีทางเลือกมากขึ้นในตลาดต่างประเทศ รวมไปถึงกำไรบริษัทจดทะเบียนที่เติบโตต่ำ แต่ถึงอย่างนั้นเชื่อว่าหุ้นปันผลสูงจะยังคง Outperform

วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในครอบ 1225 – 1240 อาจได้แรงหนุนสั้นๆ จากกลุ่มพลังงานตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแต่ Upside ยังดูจำกัดเพราะไร้ปัจจัยหนุนที่มีนัยยะ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังเน้น Theme ปันผลสูงที่มีกำไรไม่ผันผวน อาที ธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB KKP) สื่อสาร (ADVANC) รวมไปถึงเงินบาทที่อ่อนค่าจะดีกับกลุ่มส่งออก (ITC TU)

หุ้นแนะนำซื้อวันนี้

KKP (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 74.00 บาท)

มุมมองเชิงบวกต่อเสถียรภาพการเติมโตของกำไรการบริหารเงินกองทุนที่มีประสิทธิภาพผลักดันให้ ROE ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องที่ 8.7% 9.0% ในปี 2025-27 สวนทางกับกลุ่มธนาคารที่คาด ROE จะเริ่มอ่อนตัวลงในปี 2026 รวมทั้งคาดผลตอบแทนเงินปันผลสูงที่ 6.7-7.4% ในปี 2025-27

SCB (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 146.00 บาท)

เงินกองทุนแข็งแกร่ง และแนวโน้มสินเชื่อชะลอตัว คาด SCB สามารถรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลสูงที่ 80% ทำให้มีความโดดเด่นที่ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง 8.2% ในปี 2026

- Advertisement -