บล.ทรีนีตี้:

ทิสโกไฟแนนเชียลกรุ๊ป – TISCO

กำไร 4Q68 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย

  • กำไร 4Q68 อยู่ที่ 1,642 ล้านบาท -5%QoQ และ -4%YoY ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
  • รายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัว QoQ แม้ว่าสินเชื่อเช่าซื้อจะโตดีในช่วงปลายปี แต่ในไตรมาสก่อนมีรายได้ดอกเบี้ยพิเศษจากการชำระคืนหนี้ของรายใหญ่
  • รายได้ที่มิใช้ดอกเบี้ยอ่อนตัวลงค่อนข้างมาก โดยหลักเป็นการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนเทียบกับใน 3Q68 ที่มีกำไรจากการ Mark-to-market เงินลงทุนใน THAI
  • ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ลดลงค่อนข้างมาก โดยหลักเนื่องจากใน 3Q68 มีการตั้งสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับความเสี่ยงจากลูกหนี้ปรับโครงสร้างในโครงการรัฐ
  • ปี 2569 คาดกำไรดีขึ้นบ้างจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงตามดอกเบี้ยนโยบาย
  • แต่ Upside รวมค่อนข้างจำกัด แม้ว่าปันผลจะสูงราว 7% คงคำแนะนำ “ถือ”

กำไร 4Q68 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย

TISCO ประกาศกำไร 4Q68 ที่ 1,642 ล้านบาท อ่อนตัว 5%QoQ และ 4%YoY ต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าเล็กน้อยราว 5% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัว QoQ แม้ว่าสินเชื่อรวมจะฟื้นตัวจากสินเชื่อเชาซื้อที่ดีขึ้นในช่วง Motor Show แต่รายได้ดอกเบี้ยรับลดลงจากไตรมาสก่อนที่มีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยพิเศษ จากการชำระคืนหนี้ก่อนกำหนดของลูกหนี้ธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัวลงค่อนข้างมากราว 19%QoQ เนื่องจากในไตรมาสก่อนมีการรับรู้กำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนในหุ้น THAI แต่ในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมปรับตัวดีขึ้น 5%QoQ จากการเติบโตของธุรกิจประกันตามการขยายสินเชื่อ แต่รายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์อ่อนตัวลงตามภาวะตลาด ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานยังทรงตัว QoQ ส่วนค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ลดลงค่อนข้างมากราว 32%QoQ คิดเป็น Credit Cost ที่ 1% หลังจากในไตรมาสก่อนมีการตั้งสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับความเสี่ยงจากลูกหนี้ปรับโครงสร้างจากการเข้าร่วมโครงการรัฐ

คาดกำไรปี 2569 จะปรับตัวดีขึ้น จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง

สำหรับกำไรปี 2569 คาดสินเชื่ออาจยังเติบโตไม่มาก เนื่องจากความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร แต่ผลบวกจากการลดดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิดีขึ้นได้บ้าง สำหรับคุณภาพหนี้คาดยังทรงตัว แต่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอาจลดลงจากปี 2568 ที่มีการ Mark-to-market เงินลงทุน ทำให้คาดกำไรปี 2569 จะเติบโตได้ราว 3.0%YoY

Upside ค่อนข้างจำกัด แม้จะยังมีจุดเด่นที่ปันผล

เราคงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 106 บาท อิง PBV 1.75 เท่า โดยราคาหุนปัจจุบันสูงกว่าราคาเป้าหมายของเรา แม้ว่าจะยังเห็น Dividend Yield ค่อนข้างสูงราว 7% ต่อปี ด้วย Upside รวมที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้เราแนะนำเพียง “ถือ”

ความเสี่ยง: แนวโน้ม NIM อ่อนตัว / ภาวะเศรษฐกิจมหภาคและหนี้ครัวเรือน

- Advertisement -