บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

NEO CORPORATE (NEO TB)

A turnaround play with high yield

  • แนวโน้มกำไร 4Q25 จะฟื้น q-q ได้แรงกว่าที่เคยคาด มาจากรายได้ที่ลุ้นทำนิวไฮ
  • ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 2026 โตต่อเนื่อง 6-8% y-y
  • เรายังชอบ NEO ในธีม turnaround และปันผลสูง

แนวโน้มกำไร 4Q25 อาจฟื้นตัวดีกว่าที่เคยคาด

ระยะสั้น มีโอกาสที่กำไร 4Q25 ฟื้นตัวแตะระดับ 140-150 ลบ. (โตแรง q-q แต่ยังลดลง y-y) ดีกว่าที่เคยคาดไว้ที่ 100 ลบ. มาจากคาดรายได้รวมลุ้นทำนิวไฮ (+11.4% q-q และ +10.0% y-y) ปัจจัยหนุนมาจาก 1) ปัจจัยฤดูกาล 2) มาตรการคนละครึ่ง 3) ได้ market share เพิ่ม และ 4) คาดตลาดเวียดนามและลาวกลับมาฟื้นตัวดี กอปรกับค่าใช้จ่ายอาจลดลงได้มากกว่าคาด โดยเป็นการลดลงหลังจากใช้ไปมากใน 2Q-3Q25 หากกำไรทำได้ตามคาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิปี 2025 ดีกว่าประมาณการปัจจุบันของเราราว 8% แต่ยังเป็นการลดลง 46% y-y

ปัจจัยหนุนการโตในปี 2026 มาจากรายได้เป็นหลัก

ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 2026 โต 6-8% y-y มาจากในประเทศ 5-8% y-y และต่างประเทศจะกลับมาโตในอัตราสองหลัก หนุนโดยตลาดเวียดนามเป็นหลัก ทั้งการขยายเข้าช่องทาง online และขยายไลน์ BeNice มากขึ้น เพิ่มเติมจากแบรนด์หลักอย่าง D-nee และ Fineline บริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นปี 2026 ในกรอบ 38-40% ทรงตัวถึงปรับขึ้นจาก 38.8% ในปี 2025 เป็นเป้าหมายที่รวมค่าเสื่อมโรงงาน household แห่งใหม่ที่จะเริ่มเข้ามาใน 2H26 และอยู่บนสมมติฐานต้นทุนวัตถุดิบที่ทรงตัวสูง y-y ส่วนเป้า SG&A to sales ทรงตัวที่ 32% ใกล้เคียงปี 2025

คาดกำไรปี 2026 จะกลับมาเติบโตอีกครั้ง

เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ไว้ที่ 643 ลบ. (+28.6% y-y) สมมติฐานโดยรวมของเราค่อนข้างใกล้เคียงกับเป้าหมายของบริษัท แม้เรายังคงมุมมองระมัดระวังต่อภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในปีนี้ ซึ่งน่าจะยังทำให้การแข่งขันสูงต่อเนื่อง แต่เรายังมองบวกต่อจุดแข็งของบริษัททั้งในแง่ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับที่ดี และการทำ R&D พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นำเสนอสู่ตลาดได้เป็นเจ้าแรกมาโดยตลอด รวมถึงมองต้นทุนวัตถุดิบได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ล่าสุดราคาน้ำมันในเมล็ดปาล์มดิบ (CPKO) เดือน ธ.ค. ปรับลงต่อเป็นเดือนที่ 3 มาอยู่ที่ USD2,113/ตัน (-1.9% m-m) (อ้างอิง Ycharts.com) จึงคาดกำไรปี 2026 จะกลับมาเติบโตอีกครั้ง

เรายังชอบ NEO ในธีม Turnaround

เรายังแนะนำซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย 27 บาท (อิง PE เดิม 13x) โดยมองเป็นหุ้น Turnaround ในปี 2026 ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่ 9.4x และคาด dividend yield ราว 6.7% (จ่ายปีละ 1 ครั้ง) สภาพคล่องของบริษัทยังอยู่ในระดับที่ดี คาดสิ้นปี 2025 จะมี DE และ IBD/E อยู่ที่ราว 1.24x และ 0.58x ตามลำดับ ทั้งนี้มีแผนใช้เงินลงทุนในปี 2026 ราว 2 พันลบ. ราว 80% ใช้สำหรับโรงงาน Household เฟส 1 ขณะที่เฟส 2 และ Warehouse ถูกเลื่อนออกไปเป็นปี 2028 เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

 

- Advertisement -