บล.พาย:
TISCO: Tisco Financial Group PCL
คาดกำไรสุทธิกลับมาขยายตัว ใน 2026
คงคำแนะนำ “ถือ” ปรับเพิ่มมูลค่าพืนฐานเป็น 110 บาท (เดิม 107 บาท) จากมมมองบวกต่องบดุลแข็งแกร่ง และ ROE กลับเป็นขาขึ้น คำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 15.8%, TG 2%) อิงจาก 2.0x PBV’26E และคาด Dividend yield ที่ 7% ในปี 2026 ผลการดำเนินงานใน 4Q25 ตามคาดกำไรลดลงที่ 1.64 พันล้านบาท (-4% YoY, -5% QoQ) และหนี้เสียทรงตัว NPL ratio ที่ 2.3% ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2025 ปรับลดลง 3.5% ทั้งนี้ เราคาดกำไรจะกลับมาขยายตัว 3% ในปี 2026 จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น และการควบคุมค่าใช้จ่ายการดำเนินงานส่งผลให้ Cost to income ratio ลดลง ส่วน ROE แนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นที่ 15.7% ในปี 2026 หลังจากผ่านระดับต่ำที่ 15.4%
การประชุมนักวิเคราะห์
- เป้าหมายสินเชื่อรวมขยายตัว 0-5% ในปี 2026 จาก (1) สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ โดยคาดยอดขายรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 6.5 แสนค้น จากราว 6.2 แสนค้นในปี 2025 (2) สินเชื่อรถจักรยานยนต์ (3)
สินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ มองหาโอกาสเติบโตในธุรกิจ Well- being healthcare และ Data center (4) สินเชื่อจำนองโฉนดแลกเงิน ในสาขาของสมหวังเน้นพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ - คุณภาพสินเชื่อค่อนข้างทรงตัว Credit cost ที่ราว 1% ในปี 2026 ใกล้เคียงกับในปี 2025 และรักษา Coverage ratio ที่ระดับ 170%
- ธนาคารแห่งประเทศไทยลดอัตราเงินนำส่งของสถาบันการเงินเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF) จาก 0.46% เหลือ 0.32% ต่อปี มีผลถึงสิ้นปี 2026 โดยเป็นใช้เงินราว 2 หมื่นล้านบาท ที่เหลือจากโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” โดยเปิดโอกาสให้ธนาคารช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และขยายสินเชื่อใหม่
- ในปี 2026 แนวโน้มส่วนต่างดอกเบี้ย (Loan spread) เพิ่มขึ้น จากต้นทุนการเงินลดลงต่อเนื่อง ด้วยโครงสร้างเงินฝากส่วนใหญ่ราว 85% เป็นเงินฝากประจำ และ 14-15% เป็นเงินฝากออมทรัพย์ ทำให้มีโอกาสในการปรับลดต้นทุนได้มากกว่าธนาคารขนาดใหญ่
- ด้วยเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง สามารถจ่ายเงินปันผลสูงต่อเนื่อง และมองหาโอกาสในการซื้อกิจการในธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ
กำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตในปี 2026
- ในปี 2026 คาดกำไรสุทธิจะกลับมาขยายตัว 3% เนื่องจาก (1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวจากสินเชื่อขยายตัว และลดต้นทุนการเงินล้อกับอัตราดอกเบี้ยลดลง และ (2) Cost to income ratio ปรับลดลงจากรายได้การดำเนินงานขยายตัว และการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
- เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่แข็งแกร่งสูงราว 20.5% คาดว่า TISCO จ่ายเงินปันผลที่ 7.75 บาท/หุ้นในปี 2026 เท่ากับในปี 2025 คิดเป็น Dividend yield ราว 7% ทั้งนี้ แม้ TISCO มีโอกาสในการ ซื้อธุรกิจในอนาคต เรามองว่า TISCO จะสามารถจ่ายเงินปันผลสูงได้ เพราะระดับเงินกองทุนที่มีอยู่สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 11%
- Valuation มองว่าไม่ถูก เพราะ TISCO ซื้อขายที่ 2x PBV’26E หรือ +1.0SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี (2016-2025) ที่ 1.9 เท่า ซึ่งเป็นธนาคารแห่งเดียวในกลุ่มธนาคารที่ซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง







