KS Daily View 19.01.2026 >>> อาจเห็นแรงเก็งกำไรหุ้น linked China play หลัง PBOC ออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ กรอบ SET วันนี้ 1,270–1,285 จุด แนะนำ PTTGC และ CPALL
Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: มุมมอง SET Index ในสัปดาห์นี้เราประเมินดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,250-1,290 จุดชื่อปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อทิศทางตลาดและนักลงทุนให้ความสนใจคือการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฯ โดยเฉพาะในกลุ่มธนาคาร ทั้งนี้เราคาดกำไรของกลุ่มจะชะลอตัวลง -18% QoQ แต่ทรงตัว YoY หากกำไรออกมาต่ำคาดอาจกดดันภาพตลาดโดยรวมเนื่องจากกลุ่มธนาคารถือเป็นกลุ่มใหญ่และมีน้ำหนักต่อดัชนีสูงถึง 14% มากเป็นอันดับ 2 รองจากกลุ่มพลังงาน ด้านปัจจัยต่างประเทศวันจันทร์เช้าทางการจีนมีกำหนดรายงานตัวเลข GDP สำหรับไตรมาส 4/25 นอกจากนี้ผู้นำทั่วโลกและรัฐมนตรีเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศชั้นนำเตรียมเข้าประชุม WEF (World Economic Forum) ที่ Davos โดยประเด็นสำคัญที่จะมีการพูดหารือในรอบนี้เกี่ยวเนื่องกับแวดล้อมนโยบายการเงินการคลังของโลก และสถานการณ์ภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geo-economic) หรือความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่นำไปสู่ประเด็นทางเศรษฐกิจ ตลาดจับตาดูท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ในการให้ความเห็นกับประเด็นนี้
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1275.60 จุด เพิ่มขึ้น +1.72% จากสัปดาห์ที่ผ่านหลังกลุ่มปิโตรเคมีบรรจุภัณฑ์ สื่อสาร ปรับตัวขึ้น ในวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,270–1,285 จุด ซึ่งอาจเห็นแรงเก็งกำไรในกลุ่ม linked China play หลังธนาคารกลางจีนออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหา แนะนำ PTTGC และ CPALL
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
1. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากพันธมิตรยุโรปหลายประเทศเป็นขั้นบันได จาก 10% ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และเพิ่มเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน จาก 8 ประเทศในยุโรป ได้แก่ เดนมาร์ก, นอร์เวย์, สวีเดน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร, เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ จนกว่าสหรัฐฯ จะสามารถซื้อกรีนแลนด์ได้ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงและทรัพยากรแร่ แม้เดนมาร์ก กรีนแลนด์ และสหภาพยุโรปจะยืนยันชัดว่าไม่ขายและไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ มองเป็นลบกับ KCE จาก pricing disadvantage ของลูกค้ารถยุโรปที่เพิ่มขึ้น
2. ในขณะเดียวกันแคนาดาและจีนบรรลุข้อตกลงการค้าเบื้องต้น โดยแคนาดาจะลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเหลือ 6.1% จากเดิม 100% สำหรับโควตาเริ่มต้น 49,000 คัน แลกกับการที่จีนลดภาษีสินค้าเกษตรสำคัญของแคนาดา โดยเฉพาะเมล็ดคาโนลาซึ่งคาดว่าจะลดภาษีลงเหลือราว 15% ภายในเดือนมีนาคม 2026 พร้อมมุ่งสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ กระตุ้นการลงทุนจากจีนในอุตสาหกรรมอีวีของแคนาดา มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงเชิงลบกับ KCE ด้วยรถ EV จีนมี pricing advantage มากขึ้นเทียบกับรถยุโรป
3. ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดสัดส่วนเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับการซื้ออสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ลงเหลือ 30% จากเดิมราว 50% เพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซาและลดภาระผู้ซื้อ โดยมาตรการครอบคลุมถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมระหว่างเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัย ซึ่งการปรับลดเงินดาวน์ดังกล่าวยังมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์คงค้างในตลาดหลังภาคอสังหาริมทรัพย์จีนอ่อนแอมาเป็นเวลานาน มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกกับหุ้น linked China play อย่าง SCC IPRC PTTGC IVL SCGP
4. บริษัทน้ำมัน NIS ของเซอร์เบีย ซึ่งมีรัสเซียถือหุ้นใหญ่ ได้กลับมาเดินเครื่องโรงกลั่นน้ำมันอีกครั้งหลังหยุดไปเกือบ 2 เดือน ภายหลังได้รับการผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ชั่วคราว โดยรัฐมนตรีพลังงานเซอร์เบียระบุว่าน้ำมันดีเซลชุดแรกจากการเดินเครื่องใหม่จะออกสู่ตลาดภายในวันที่ 27 มกราคม มองเป็นลบเล็กน้อยกับกลุ่มโรงกลั่นอย่าง TOP SPRC BCP จากแนวโน้ม GRM ที่อาจปรับตัวลดลงจาก supply ใหม่ที่เพิ่มขึ้น
5. กลุ่ม GULF, BTS, STECON และ RATCH แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่–กาญจนบุรี (M81) ระยะทาง 96 กิโลเมตร ซึ่งดำเนินการผ่านบริษัทร่วมทุน BGSR 81 ได้เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2026 โดย BGSR 81 รับผิดชอบระบบเก็บค่าผ่านทาง ระบบควบคุมจราจร และระบบ M-Flow ซึ่งในช่วงทดลองเปิดใช้ตั้งแต่เดือนต.ค. 2025 มีปริมาณจราจรสูงสุดกว่า 70,000 คันต่อวัน
Daily pick
PTTGC: ราคาพื้นฐาน 28.60 บาท
เราคงมุมมองเชิงบวกต่อเนื่องสำหรับ PTTGC เก็งแนวโน้มที่อาจจะดีขึ้นจากทั้ง demand และ supply จากการควบคุมอุตสาหกรรมหลักที่มีการ oversupply จาก capacity ที่ล้นในประเทศจีน ในขณะเดียวกันแนวโน้มของ Petrochemical spread มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นใน 2H26 จากการหยุดผลิตชั่วคราวประมาณ 4 ล้านตันต่อปี และการหยุดผลิตเชิงพาณิชย์ประมาณ 10 ล้านตันต่อปีที่มีการปิดตัวลงในยุโรป สำหรับปัจจัยระยะกลางถึงยาวกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Performance Enhancement Strategy) เช่นการทำ Asset monetization และ การไม่มีขาดทุนของ PTTAR และ Vencorex เข้ามาใน 2H25 นี้ นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโดยมุ่งเน้นการประหยัดต้นทุน (OPEX saving) และการบริหารแบบองค์รวม (holistic optimization) ซึ่งคาดว่าจะประหยัดต้นทุนรวมได้
CPALL: ราคาพื้นฐาน 57.20 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ CPALL จากการคาดการณ์งบใน 4Q25 ที่จะออกมาทรงตัว yoy แต่สามารถเติบโตได้ 8% QoQ จากการเข้าสู่ High season ในช่วง 4Q25 ที่ผ่านมา เรามองการเติบโตรายได้ของธุรกิจ CVS ที่ระดับ 4.6%YoY แม้จะมี SSSG ติดลบราว 2% ใน 4Q25 ที่ผ่านมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงและความไม่สงบบริเวณชายแดนแต่ CPALL ยังสามารถเพิ่ม avg. ticket size ได้ราว 1% นอกจากนี้ เราคาดว่า GPM ยังสามารถปรับตัวได้ต่อเนื่องจากการขายสินค้ากำไรสูงเช่นกลุ่ม RTE และ RTD เป็นต้นเราประเมิณ GPM จะสามารถปรับตัวเพิ่มขึ่นได้ราว 20bps YoY และ 30bps QoQ ประเมินการเติบโตในปี 2026 จะพัฒนาขึ้นจากแนวโน้มนักท่องเที่ยวที่ดีขึ้นในปี 2026 และสภาพอากาศดีขึ้นรวมถึงความไม่สงบระหว่างชายแดนที่คลี่คลายลง เรามองด้วย valuation ที่ 12.x เท่าเป็นโอกาสในการซื้อสะสมปี 2026 นี้
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันจันทร์ ติดตามการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของจีนอย่าง ตัวเลข GDP ใน 4Q25 ตลาดคาดการณ์ที่ 4.5% YoY ชะลอจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 4.8% YoY ต่อด้วย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial production) เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 5.0% YoY เร่งตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 4.8% และ ดัชนียอดค้าปลีก (Retail sales) เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 1.1% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 1.3% YoY
วันอังคาร ติดตาม Loan prime rate ของธนาคารกลางจีนระยะเวลา 1 ปีคาดการณ์ไว้ที่ 3.0% ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า และ Loan prime rate อายุ 5 ปีคาดการณ์ไว้ที่ 3.5% ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า
วันพุธ ติดตามการเปลี่ยนแปลงสต็อกน้ำมันดิบในคลังสินค้าเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ (API Crude Oil Stock Change) เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา 5.27 ล้านบาร์เรล
วันพฤหัสบดี ติดตามการรายงานของ GDP ใน 3Q25 ของสหรัฐครั้งสุดท้าย ตลาดคาดการณ์ที่ 4.3% QoQ ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า ต่อด้วยการรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคล (Core PCE Price Index) เดือน พ.ย. ตลาดคาดการณ์ที่ 2.8% YoY และรายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (US Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 1.98 แสนตำแหน่ง
วันศุกร์ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่น (Japan Inflation) เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +2.2% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +2.9% YoY และ เงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานตลาดคาดการณ์ที่ +2.8% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +3.0% YoY ต่อด้วยผลการประชุมของ BoJ โดยตลาดคาดว่า BoJ จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75%









