บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
SANSIRI (SIRI TB)
Holding the line in 2026
- แผนปี 2026 เชิงระมัดระวัง เน้นเปิดโครงการใหม่ระดับ Mid-to-High และอุปสงค์แข็งแกร่ง
- ตั้งเป้าปี 2026 เปิดโครงการใหม่และยอด Presales ทรงตัวท่ามกลางภาวะตลาดที่ท้าทาย ส่วนเป้ายอดโอนโต 6%
- ปรับคำแนะนำเป็นซื้อ ราคาเหมาะสมเดิม 1.55 บาท
ตลาดปี 2026 ยังท้าทาย ปัจจัยบวกมีจำกัด
ผู้บริหารมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2026 ยังคงเผชิญความท้าทาย จากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอุปสงค์ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลงคาดว่าจะช่วยพยุงตลาดได้บางส่วน ประกอบกับคาดหวังอุปสงค์และอุปทานเริ่มปรับเข้าสู่สมดุลที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การแข่งขันจากตลาดบ้านมือสองเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม สำหรับแผนธุรกิจปี 2026 บริษัทมีกลยุทธ์หลักคือ 1) ปรับพอร์ตจากตลาด Premium ไปสู่ตลาดระดับกลางถึงบน ซึ่งยังมีกำลังซื้อ ได้รับผลกระทบเศรษฐกิจต่ำกว่ากลุ่มอื่น และบริษัทมีแบรนด์แข็งแกร่ง 2) เดินหน้าขยายโครงการใหม่ในตลาดเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะภูเก็ต (6 โครงการใหม่) 3) การพัฒนาโครงการร่วมกับพันธมิตร (JV) และ 4) เพิ่มรายได้จากธุรกิจอื่น โดยตั้งเป้าให้มีสัดส่วน 25% ภายในปี 2030 จาก 13% ในปี 2025
เป้าหมายปี 2026 อยู่บนความระมัดระวังและสอดคล้องความเป็นจริง
SIRI เปิดเผยแผนเปิดโครงการใหม่ในปี 2026 รวม 33 โครงการ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท (เทียบกับ 24 โครงการ มูลค่า 52,000 ล้านบาท ในปี 2025) แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 49% และคอนโดมิเนียม 51% โดยมูลค่าโครงการใหม่ตามประเภทสินค้าใกล้เคียงกับปี 2025 แผนดังกล่าวสะท้อนขนาดโครงการเฉลี่ยที่เล็กลง และเพิ่มสัดส่วนโครงการระดับ Medium เป็น 41% รองลงมาคือ Premium 39% เทียบกับปี 2025 ที่เน้น Premium (49%) ขณะที่บริษัทตั้งเป้ายอด Presales ปี 2026 อย่างระมัดระวังที่ 41,000 ล้านบาท (-2% y-y) แบ่งเป็นแนวราบ 21,300 ล้านบาท (+1% y-y) และคอนโด 19,700 ล้านบาท (-5% y-y)
ตั้งเป้ายอดโอนปี 2026 เติบโต และอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว
SIRI ตั้งเป้ายอดโอนปี 2026 เติบโต 6% y-y สู่ 39,000 ล้านบาท โดยแรงหนุนหลักมาจากเป้ายอดโอนคอนโดที่เพิ่มขึ้น 21% y-y จากคอนโดสร้างเสร็จใหม่ 10 โครงการ ส่วนยอดโอนโครงการแนวราบคาดยังอ่อนตัว (-3% y-y) ขณะที่ผู้บริหารคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาฯ ที่ 30% ใกล้เคียงปี 2025 แต่ยังต่ำกว่าระดับที่เคยทำได้ 33–35% จากอุปสงค์ที่อ่อนแอและการแข่งขันที่สูง โดยเฉพาะตลาดแนวราบ ทั้งนี้ ภาพรวมเป้าหมายของบริษัทถือว่าสอดคล้องกับสมมติฐานของเรา เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026 ที่ 4,400 ล้านบาท (+14% y-y) ฟื้นตัวจากปี 2025 ที่คาดหดตัว 20% y-y
ปรับคำแนะนำเป็นซื้อ คงราคาเหมาะสม 1.55 บาท
เราคงราคาเหมาะสมที่ 1.55 บาท และปรับคำแนะนำเป็นซื้อ (จากเดิมถือ) สะท้อนโมเมนตัมกำไรสุทธิ 4Q25 ที่คาดโตทั้ง q-q และ y-y หนุนจากยอดโอนที่เพิ่มขึ้นจากคอนโดสร้างเสร็จใหม่ 5 โครงการ และมีกำไรพิเศษจากการเซ็นโครงการ JV ใหม่ นอกจากนี้ เราประเมินเงินปันผลงวด 2H25 ที่ 0.07 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 5.2%







