บล.กสิกรไทย

TFM คาดกำไร 4Q68 จะเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ

คาดกำไรไตรมาส 4/2568 จะเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ

  • TFM จัดประชุมนักวิเคราะห์ พรีวิวผลประกอบการไตรมาส 4/2568 เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568 เราคาดกำไรหลักไตรมาส 4/2568 ที่ 223 ลบ. เพิ่มขึ้น 43% YoY แต่ลดลง 6% QoQ ซึ่งออกมาดีกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้า จากการเติบโตของปริมาณขายที่แข็งแกร่งจากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในประเทศ ซึ่งช่วยชดเชยปัจจัยฤดูกาลอ่อนตัวในไตรมาส 4 หลังพ้นช่วง high season ในไตรมาส 2–3
  • ฝ่ายบริหารระบุในที่ประชุมพรีวิวว่ารายได้ยังอยู่ในทิศทางสูงกว่ากรอบเป้าหมาย FY25 ที่ 7–9% และอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 4/2568 ควรทรงตัว QoQ และยังสูงกว่ากรอบที่ให้ไว้ที่ 19–21% อย่างไรก็ดี TFM จะรับรู้ขาดทุนพิเศษประมาณ 30 ลบ. จากการจำหน่ายเงินลงทุนใน AMG-Thai Union Feed Mill Limited (AMG-TFM) ส่งผลให้เราคาดกำไรสุทธิที่ 193 ลบ. เพิ่มขึ้น 28% YoY เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2568 ขึ้น 13% เพื่อสะท้อนผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ขณะที่ยังคงประมาณการปี 2569/2570 ไว้เท่าเดิมเพื่อรอ guidance เพิ่มเติม

การดำเนินงานไตรมาส 4/2568

  • เราคาดรายได้ที่ 1.5 พันลบ. เพิ่มขึ้น 3% YoY แต่ลดลง 13% QoQ จากปัจจัยฤดูกาล แม้ว่าปริมาณขายยังคงอยู่ในระดับที่ดี และ TFM ยังคงเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ธุรกิจในอินโดนีเซียถูกระบุว่ายังมีเสถียรภาพ แม้มีแรงกดดันจาก FX translation บ้าง แต่ฝ่ายบริหารคาดว่าจะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 ในระดับจำกัด ต้นทุนยังควรอยู่ในระดับสนับสนุน
  • โดยวัตถุดิบหลักปรับลดลง 5–28% YoY ส่งผลให้เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 4/2568 ที่ 21.2% (+70bps YoY, -60bps QoQ) เราคาด SG&A/sales ที่ 8.6% (-160bps YoY, +150bps QoQ) ขณะที่อัตราภาษีที่แท้จริงคาดว่าจะออกมาสูงกว่ากรอบ guidance FY25 เบื้องต้นของฝ่ายบริหารที่ 9–11% เล็กน้อย
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 7.0 บาท เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายเดิมที่ 7.0 บาท โดยอิงด้วย PER ในปี 2569 ที่ 12.5 เท่า หรือ -0.25SD ต่ำกว่า ค่าเฉลี่ย PER ในอดีตของ TFM

- Advertisement -