ระยะสั้นกระแสเงินทุนดูมีพลังกว่าปัจจัยพื้นฐาน
Market Update
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 409 จุด (-0.8%) แต่อย่างไรก็ตาม S&P500 ปีดระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแรงกดดันของ Dow Jones มาจาก UNH ที่มีปัจจัยเฉพาะด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3% หลังมีรายงานว่าฤดูหนาวในสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมัน
Market Outlook
เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ประกาศความเชื่อมันผู้บริโภคจาก CB พบว่าต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และลดลงจากเดือนก่อนหน้า ปัจจัยกดดันมาจากราคาสินค้าทั้งน้ำมัน อาหาร และภาษีศุลกากร รวมไปถึงตลาดแรงงาน ทำให้ผู้บริโภคมีแนวคิดจะชะลอการใช้จ่าย โดยเฉพาะสินค้าขนาดใหญ่ อาทิ อสังหาริมทรัพย์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สะท้อนถึงความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่อาจมีเพียงการลงทุนด้าน Technology ที่ยังคงดี ในขณะเดียวกันเมื่อคืนพบว่า Dollar Index อ่อนค่าแรงทำสถิติใหม่ในรอบ 4 ปี ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีนักข่าวได้ถามถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกี่ยวกับการอ่อนค่าของ Dollar และทางทรัมป์ตอบกลับว่า “ผมคิดว่ามันเยี่ยมมาก และลองดูธุรกิจที่สหรัฐฯ ทำสิ ในขณะที่พวกคุณเห็นไหมว่าจีนและญี่ปุ่นก็มักจะอยากให้ค่าเงินตนเองอ่อนค่า” นอกจากเรื่องของ Trump แล้ว ก็อาจจะเป็นที่การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสหรัฐฯ กดดันให้เงินบาทแข็งค่าทดสอบ 30.91 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ อาจมีปัจจัยหนุนระยะสั้นๆ จากกระแสเงินทุนต่างชาติที่วานนี้กลับเข้ามาซื้อสุทธิ 4.49 พันล้านบาท หากยังเป็นลักษณะนี้อยู่ก็มีโอกาสที่ Flow จะไหลเข้าต่อเนื่อง ท่ามกลางปัจจัยพื้นฐานที่อาจไม่โดดเด่นมากนัก
สำหรับปัจจัยในประเทศ เมื่อวานที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง 1- 25 ม.ค. พบว่าลดลง -9%YoY โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเป็นอันดับแรกด้วยจำนวน 3.01 แสนราย และมาเลเซียที่ 2.35 แสนราย แต่อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเป็นรายสัปดาห์จะพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 7.5 แสนคน (+0.6%) โดยนักท่องเที่ยวจีนกลับขึ้นมาเป็นอันดับแรกที่ 1 แสนราย (+14%WoW) มาเลเซีย 6.18 หมื่นราย (+8.9%WoW) สัญญาณดีขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและคาดหวังว่าจากนี้จะเร่งขึ้นต่อจากเทศกาลตรุษจีน คืนนี้รอติดตามประชุม FED CME FED Watch ให้น้ำหนัก 96% ที่จะคงดอกเบี้ยระดับเดิม แต่แนะติดตามถ้อยแถลงรวมถึงการดำเนินงานหลังจากนี้ พร้อมกับผลประกอบการของ META MICROSOFT TESLA
วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1325 – 1350 ระยะสั้นกระแสเงินทุนดูเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยแม้พื้นฐานอาจจะยังไม่ได้โดดเด่นก็ตาม โดยมีอีกปัจจัยหนุนได้แก่การเลือกตั้งของไทยในช่วงต้นเดือน ก.พ. เชิงกลยุทธ์การลงทุน ระยะสั้นกลับมามองหุ้นขนาดใหญ่ที่อาจเป็นเป้าหมายของต่างชาติ อาทิ ท่องเที่ยว (AOT) ค้าปลีก (CPALL) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK SCB KKP KTB) โรงแรม (ERW MINT CENTEL)
หุ้นแนะนำซื้อวันนี้
SCB (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 149.00 บาท)
การเติบโตในธุรกิจธนาคาร (กลุ่ม Gen 1) มุ่งเน้นลูกค้าบริษัทขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพชั้นนำ รายได้ที่มีใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจ Wealth advisory และ Transactional banking และ Cost leader ship ขณะที่กลุ่ม Gen 2 เน้นการเติบโตเชิงคุณภาพเป็นหลักเช่นกัน
BBL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 195.00 บาท)
Valation ไม่แพง ซื้อขายที่เพียง 0.5% PBV’26E เป็นปัจจัยจำกัดความผันผวนของราคาหุ้น และเรามองว่าธนาคารจะสามารถรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลเท่าเดิม แม้คาดกำไรจะปรับลดลงในปี 2026 โดยคาดผลตอบแทนเงินปันผลที่ 5.2% ในปี 2026 อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นอาจผันผวนหลังจากกำไรใน 4Q25 อ่อนแอกว่าที่เราและตลาดคาด









