KS Daily View 29 ม.ค. 2026>>> ประเมินกรอบ SET index ที่ 1,325-1,350 จุด โดยคาดว่ากลุ่มพลังงานยังคงเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนตามราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ แนะนำ TOP และ CENTEL
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปิดตลาดที่ 1,338.90 เพิ่มขึ้น +4.45 จุด (+0.33%) นำโดยการปรับตัวขึ้นของกลุ่มพลังงาน กลุ่มปิโตรเคมี กลุ่มขนส่ง และเห็นโฟลว์ต่างชาติเข้าไทย 458 ลบ. ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นที่ 2.32 พันลบ. ใน 5 วันที่ผ่านมา วันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,325-1,350 จุด โดยคาดว่ากลุ่มพลังงานยังคงเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนตามราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นหลังทรัมป์เตือนให้อิหร่านทำข้อตกลงนิวเคลียร์ หากไม่ทำตามอาจใช้กำลังทหาร ขณะที่อิหร่านพร้อมจะตอบโต้ทันทีและเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซที่กระทบกับ supply ของน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ในขณะเดียวกันอาจหนุนให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำปรับตัวขึ้นประกอบกับมีรายงานว่า จีนอาจถือครองทองคำสำรองมากกว่าที่รายงานอย่างเป็นทางการอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนของปัจจัยในประเทศนอกเหนืองจากการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฯ สำหรับ 4Q25 คาดว่าจะเห็นภาพเชิงบวกมากขึ้นในกลุ่มท่องเที่ยวหลังททท. เปิดตัว ลิซ่า เป็น Amazing Thailand Ambassador ซึ่งอาจเห็นการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวในเดือน ก.พ. เป็นต้นไป กลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำ TOP จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นหนุนราคาพลังงานและ CENTEL จากแนวโน้มการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวขึ้น
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- คณะกรรมการ FOMC ของเฟดมีมติ 10 ต่อ 2 คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ 3.50–3.75% ในการประชุมวันที่ 28 ม.ค. ตามคาด หลังจากลดดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้งในปี 2025 โดยมีกรรมการ 2 รายเห็นควรให้ลดดอกเบี้ยลง 0.25% ขณะที่แถลงการณ์ของเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนถึงการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมในระยะใกล้ ระบุว่าจะประเมินข้อมูลเศรษฐกิจ แนวโน้ม และความเสี่ยงอย่างรอบคอบต่อไป ด้าน FedWatch Tool คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ช่วงเดือนมิ.ย.และธ.ค. 2026
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 1.2% ในคืนที่ผ่านมา ทรัมป์ระบุว่ากองเรือบรรทุกเครื่องบิน Abraham Lincoln ได้เดินทางถึงภูมิภาคแล้ว และมีศักยภาพพร้อมปฏิบัติการอย่างรวดเร็วหากจำเป็น พร้อมย้ำคำเตือนให้อิหร่านทำข้อตกลงนิวเคลียร์ มิฉะนั้นอาจเผชิญการโจมตีที่รุนแรงยิ่งกว่าการถล่มเป้าหมายนิวเคลียร์เมื่อปีก่อน ในทางกลับกันอิหร่านเตือนจะตอบโต้ทันทีหากสหรัฐหรืออิสราเอลใช้กำลังทหาร โดยยืนยันว่ามีความพร้อมด้านการป้องกันประเทศอย่างเต็มที่และสามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์ มองเป็นบวกกับ PTTEP และกลุ่มโรงกลั่นอย่าง TOP SPRC BCP
- ในขณะเดียวกันสำนักข่าว Reuter รายงานว่าโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มรายงานกำไร 4Q25 แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากจาก GRM รับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะดีเซล ซึ่งได้รับแรงหนุนจากสงครามรัสเซีย–ยูเครนและการโจมตีโรงกลั่นรัสเซียด้วยโดรนของยูเครน ทำให้อุปทานโลกตึงตัว มองเป็นจิตวิทยาเชิงบวกกับกลุ่มโรงกลั่น
- นิกเคอิ เอเชียรายงานว่า จีนอาจถือครองทองคำสำรองมากกว่าที่รายงานอย่างเป็นทางการอย่างมีนัยสำคัญ โดยธนาคาร ANZ ประเมินว่าจีนอาจมีทองคำราว 5,500 ตัน มากกว่าตัวเลขทางการกว่าสองเท่า ซึ่งหากเป็นจริงจะทำให้จีนขึ้นเป็นประเทศที่มีทองคำสำรองมากเป็นอันดับสองของโลก รองจากสหรัฐฯ การประเมินดังกล่าวสะท้อนยุทธศาสตร์ของจีนในการสะสมทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อรับมือโลกยุคสองขั้วและลดการพึ่งพาสินทรัพย์สหรัฐฯ
- ททท. เปิดตัว ลิซ่า เป็น Amazing Thailand Ambassador อย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ “Feel All the Feelings” ณ วัดอรุณราชวราราม เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์การท่องเที่ยวไทย ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ (Quality Leisure Destination) กระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นผ่านโครงการ Trusted Thailand มองเป็นบวกกับกลุ่มท่องเที่ยวอย่าง CENTEL ERW SHR AWC
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
TOP: ราคาพื้นฐาน 47.50 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ TOP จากระดับ Valuation ที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปี ลงมาซื้อขายที่ระดับ PBV -1 to -2SD ในปี 2025 เราคาดว่ามีโอกาสที่ TOP จะสามารถได้รับการ relate valuation จากระดับปัจจุบันได้มาซื้อขายที่ระดับ mean to -0.1 เท่าได้เนื่องจาก เราประเมิณว่า TOP ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและคาดหวังการ turnaround จากการคลายความกังวลในการก่อสร้างของโครงการ CFP ที่กลับมาก่อสร้างตามแผนและสถาณการณ์ refinery industry outlook ที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้นสำหรับโครงการ CFP ได้มีความคืบหน้าโดยจะมีการกลับมาก่อสร้างตามแผนใน 1Q26 นี้รวมถึงตั้งเป้า COD โครงการเร็วขึ้น 1 ไตรมาสจากเดิมที่คาดว่าจะสามารถ COD ได้ในช่วง 3Q28 มาอยู่ที่ 2Q28 นี้พร้อมกันนี้เราคาดว่าความเสี่ยงในส่วนของ Cost overrun เพิ่มเติมสำหรับโครงการนี้จะน้อยลงอีกทั้งบริษัทตั้งเป้าลดเงินลงทุนโครงการ 10-12%
CENTEL: ราคาพื้นฐาน 42.09 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ CENTEL จากการดำเนินงาน 4Q25 จะยังแข็งแกร่ง โดย RevPar เดือนต.ค. อยู่ที่ 3,815 บาท (+24% YoY) ด้วย ADR ที่ 5,339 บาท (+11% YoY) และ OCR ที่ 71% (+7 ppts YoY) หนุนการเติบโตของกำไรใน 4Q25 ทั้งนี้อิงจากการจองล่วงหน้า ผู้บริหารคาดว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมใน 1Q26 จะยังคงแข็งแกร่ง และคาดว่าการเติบโตของ RevPar อยู่ที่ประมาณ 26% YoY ตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันพฤหัสบดี ติดตามดัชนีรายงานความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของญี่ปุ่นเดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 37.0 จุดเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 37.2 จุดและรายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (US Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.0 แสนตำแหน่ง
วันศุกร์ ติดตามการรายงานตัวเลขคาดการณ์ GDP ใน 4Q25 ของโซนยุโรปครั้งแรกตลาดคาดการณ์ที่ +1.3% YoY ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 1.4% YoY ต่อด้วยรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (US PPI index) ของสหรัฐฯ สำหรับเดือน ธ.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 3.0% YoY








